Pages

Showing posts with label Loyalty Program. Show all posts
Showing posts with label Loyalty Program. Show all posts

Friday, January 27, 2012

ศึกซีอาร์เอ็ม "Lotus VS Big C" หมัดต่อหมัดจัดหนักดัมป์ราคา

บัตรคลับการ์ดของเทสโก้ โลตัสจัดแคมเปญเดือนแห่งโบนัสถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2555
วงการค้าปลีกในเซ็กเมนต์ไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้อนระอุอีกระลอกตั้งแต่ต้นปี ! เมื่อบิ๊กแบรนด์"โลตัส กับ บิ๊กซี "โหมทำสงครามราคา (Price War) อย่างหนัก ผ่านบัตรสมาชิก “คลับการ์ด ของโลตัส” และ “บัตรบิ๊กซี” โดยให้ส่วนลดสูงสุดชนิดดัมพ์แข่งกันแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน โดยบิ๊กแบรนด์อย่าง "เทสโก้ โลตัส"อัด 90 ล้านจับคลับการ์ดแจกโบนัสลากยาว พร้อมแคมเปญ โรลแบ็ค และช็อกไพรส์ ให้ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าราคาถูกลง คุ้มค่าคุ้มราคามากยิ่งขึ้นภายใต้แนวคิด สร้างประสบการณ์การใช้จ่ายรูปแบบใหม่
      
ขณะที่แบรนด์ "บิ๊กซี" ยึดแนวทางคุ้มค่าคุ้มราคาผนึกซิตี้แบงก์ ส่งบัตรเครดิตใหม่ลงตลาดเน้นราคา โปรโมชั่น และการบริการ พร้อมเน้นกลยุทธ์คุ้มค่าคุ้มราคา สินค้าราคาถูกมากขึ้น ตอกย้ำ "เช็กไพรส์ ถูกชัวร์"

Tuesday, January 24, 2012

BIG C TESCO เปิดศึกรอบใหม่


ดิสเคาต์สโตร์สาดสงครามรอบใหม่ "บิ๊กซี" ชูเรือธง "ถูกชัวร์" ไฮไลต์ พร้อมกระหน่ำด้วยแคมเปญราคา โปรโมชัน  ซีอาร์เอ็มผ่าน"บิ๊ก คาร์ด" มั่นใจสร้างฐานลูกค้าโกยยอดขายพุ่ง ขณะที่ "โลตัส" เผย 5 กลยุทธ์รุกตลาดปีมังกร  อัดแคมเปญนำร่องแจกโบนัสมูลค่ากว่า 90 ล้านบาทเอาใจสมาชิก ส่วนกรณีบิ๊กซีฟ้องโลตัส ผิดพ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า ส่อเค้ายืดเยื้อ หลังเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีพาณิชย์ 

การแข่งขันในดิสเคาต์สโตร์ ที่เหลือผู้ประกอบการใหญ่เพียง 2 ราย คือ เทสโก้ โลตัส และบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ที่ฝ่ายหลังเข้าซื้อกิจการของห้างคาร์ฟูร์ จนผงาดขึ้นมาเป็นคู่แข่งในระนาบเดียวกันต้นปีที่แล้ว  และต่างถูกจับตามองว่า จะงัดกลยุทธ์ใดมาฟาดฟัน เพิ่มดีกรีความร้อนแรงในการช่วงชิงยอดขาย และกลุ่มลูกค้าคนไทย โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่ผ่านมา แต่ทั้งหมดก็ต้องชะงักไป เมื่อต่างฝ่ายต้องเผชิญกับวิกฤติอุทกภัยครั้งใหญ่ แผนการตลาดที่จัดเตรียมมาเต็มพิกัด จึงต้องชะลอไป ก่อนที่จะกลับมาเริ่มปะทะกันอีกครั้งเพียงเริ่มต้นปีมังกรนี้

Friday, February 25, 2011

ศึก"คูปองส่วนลด"บานปลาย CARREFOUR ร้องสอบลูกเล่น TESCO LOTUS


"คาร์ฟูร์" สุดกลั้น โร่แจ้งคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าจี้สอบยักษ์ค้าปลีก กรณีเพิ่มมูลค่าคูปอง 2 เท่า เผย กกร.ตั้งคณะอนุกรรมการสอบ เทสโก้ฯเปิดใจพร้อมชี้แจง

ถึงนาทีนี้ดูเหมือนว่าศึกชิงลูกค้าระหว่างเบอร์ 1 และเบอร์ 2 ของค้าปลีกรายใหญ่ "เทสโก้ โลตัส" กับ "บิ๊กซี" จะไม่จบสิ้นง่าย ๆ หลังจาก "เทสโก้ฯ" ออกมาบลัฟกันซึ่ง ๆ หน้าด้วยการมอบส่วนลดให้ลูกค้า "คาร์ฟูร์" เป็น 2 เท่า ในกรณีที่ลูกค้านำคูปองส่วนลดของคาร์ฟูร์ที่จัดรายการร่วมกับบิ๊กซีมาใช้ที่เทสโก้ฯ เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งแม้ว่าบิ๊กซีจะไม่ได้ลุกขึ้นมาตอบโต้ในเชิงการตลาด

แต่ล่าสุด คาร์ฟูร์ซึ่งในวันนี้หลอมเป็นเนื้อเดียวกับบิ๊กซี ได้อาศัยแง่มุมทางกฎหมายมาช่วย ด้วยการร้องต่อคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า เพื่อขอให้พิจารณาว่าการกระทำของยักษ์ค้าปลีกขัดกับ พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 หรือไม่?

Monday, September 20, 2010

BIG C งัดสินค้าราคาเดียว-แจกทองแท่งกระตุ้นการจับจ่าย

"บิ๊กซี" หนีวังวนสงครามราคา สร้างกิมมิกใหม่เพิ่มความตื่นเต้น เปิดเกมรุกไตรมาส 4 ดึงไอเดียตลาดนัด จัดโปรโมชั่นสินค้าราคาเดียว พร้อมแจกโชคทองคำแท่งมูลค่า 1.5 ล้าน กระตุ้นบิล 399 บาท หวังผลระยะยาว ย้ำภาพผู้นำราคา ด้าน "เทสโก้ฯ-คาร์ฟูร์" ยังอุบไต๋ เอาดีซื้อ 1 แถม 1 ต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ตและซูเปอร์มาร์เก็ตต่างแข่งขันกันอย่างหนักในเรื่องลอยัลตี้โปรแกรม ผ่านการมอบคูปองส่วนลด คูปองเงินสด หรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ ควบคู่กับการโหมจัดโปรโมชั่นเสริม อาทิ ซื้อ 2 แถม 1, ซื้อ 1 แถม 1, ใช้พอยต์เป็นส่วนลด ฯลฯ แต่กลยุทธ์ส่วนใหญ่ยังคง วนเวียนไม่ต่างจากรูปแบบเดิม ๆ ขึ้นอยู่กับว่าสินค้าที่นำมาทำโปรโมชั่นเป็นที่ต้องการของลูกค้ามากน้อยแค่ไหน

Monday, December 7, 2009

กลยุทธ์ "ห้างหรู" มัดใจคนรวย บ่งบอกตัวตนและอภิสิทธิ์ชน

Siam Paragon 6Image via Wikipedia


ด้วยภาพที่จับกลุ่มลูกค้าระดับบนเป็นหลักมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น 12 ปีที่เปิดศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม หรือล่าสุดครบรอบ 4 ขวบของสยามพารากอน นอกเหนือจาก "สินค้าและบริการ" การสร้างความใกล้ชิดและสนิทเหมือนเพื่อนจะเข้ามาเพิ่มเป็นแรงหนุนให้ 2 ห้างหรูฉีกหนีจากคู่แข่ง



"เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ" ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน และดิ เอ็มโพเรียม เล่าถึงการเปิดตัว "บัตรเอ็มแพลตตินั่ม" อาวุธใหม่ที่จะเข้ามาสร้างกระแสและมัดใจกลุ่มลูกค้าคนรวยต่อจากนี้



แม้ว่าบัตรสมาชิกแพลตตินั่มตัวนี้ได้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างลูกค้าระดับบนกับศูนย์การค้ามายาวนานแต่ครั้งนี้จะให้มากกว่า หลังทุ่มงบฯกว่า 80 ล้านบาท พัฒนาระบบไอที เพื่อสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น



ปัจจุบันจำนวนสมาชิกที่ถือบัตรมี 20,000 ราย และกว่า 90% มีการใช้จ่ายผ่านบัตรแพลตตินั่มต่อเนื่อง และศูนย์จะไม่มีการเพิ่มจำนวนไปมากกว่านี้แล้ว




"เกรียงศักดิ์" ชี้ว่า จำนวน 2 หมื่นรายนี้ถือว่าเหมาะและพอดีแล้ว เพราะเป็น 2 หมื่นรายที่เป็นลูกค้าชั้นครีมจริง ๆ มีอำนาจซื้อมากในตลาด ที่สำคัญ กลุ่มนี้เป็นลูกค้าที่ศูนย์การค้าคัดเลือกและเชิญมาเป็นสมาชิก การดูแลจึงต้องพิเศษและใส่ใจ จากการเก็บข้อมูลพบว่าทาร์เก็ตนี้มียอดการใช้จ่ายต่อบิลสูงกว่า 2-3 หมื่นบาทต่อครั้งมากกว่าลูกค้าทั่วไป 7-10 เท่า และเฉลี่ยทุกเดือน กลุ่มนี้จะมาช็อปปิ้งประมาณ 3 ครั้ง



ที่ผ่านมา หลาย ๆ ครั้ง การทำซีอาร์เอ็มกับลูกค้ามักพบว่าไม่ตรงจุดและตรงใจกับลูกค้า รีเวิร์ด หรือของรางวัลก็มักไม่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า อาทิ แจกหม้อหุงข้าว-ตู้เย็นให้ลูกค้าผู้ชาย แจกไม้ตีกอล์ฟให้กับลูกค้าผู้หญิง แต่รูปโฉมใหม่ของเอ็มแพลตตินั่มจะตรงจุด รู้ใจ และเป็นเหมือนเพื่อนสำหรับลูกค้า จากดาต้าที่มี ทำให้ศูนย์การค้ารู้ว่า รางวัลที่ทาร์เก็ตคนรวยเหล่านี้อยากได้มากที่สุดคือไมล์แลกตั๋วเครื่องบิน รวมถึงกิจกรรมและ อีเวนต์ที่เงินไม่อาจซื้อได้ เพื่อสะท้อนตัวตนและความเป็นอภิสิทธิ์ชนของคนเหล่านี้



นั่นทำให้ "เอ็มแพลตตินั่ม" จับมือกับการบินไทย รวมทั้งพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น โรงแรม รีสอร์ต โรงพยาบาล และสถานบันเทิง เพื่อตอบโจทย์ตลาด โดยลูกค้าสามารถช็อปปิ้งและสะสมแต้มจากร้านค้ากว่า 100 แบรนด์ในศูนย์การค้าที่เข้าร่วมได้ นอกเหนือจากดีพาร์ตเมนต์ ครอบคลุมทั้งกลุ่มแฟชั่น ลักเซอรี่ ตกแต่งบ้าน และ รถซูเปอร์คาร์ ที่ไม่เคยเข้าร่วมกับใคร มาก่อน ซึ่งต้องใช้เวลาพูดจากันเป็นปี อาทิ Burberry, Bally, Coach, BMW, Lamborghini, Pendulum, Time Midas, Barbara Barry และ Casabella By Modernform เป็นต้น ทุก 25 บาท จะกลายเป็นคะแนนสะสม 4 คะแนน นั่นหมายความว่า 4 คะแนน สามารถแลกไมล์บินได้ 1 ไมล์ ยังไม่นับกิจกรรมและอีเวนต์เด็ด ๆ ที่จะมาเซอร์ไพรส์ต่อเนื่อง



"ไม่มีใครให้มากกว่านี้อีกแล้ว"



คำยืนยันอย่างมั่นอกมั่นใจของ "เกรียงศักดิ์" ที่เชื่อว่าบัตรอภิสิทธิ์ชนนี้จะกลายเป็นกลยุทธ์มัดใจกลุ่มลูกค้าคนรวย ที่สร้างรายได้ให้กับศูนย์การค้ากว่า 10% จากรายได้รวมทั้งหมด และหลังจากรีเฟรชบัตรครั้งใหม่นี้ กลุ่มครีม 2 หมื่นคนนี้จะเร่ง ยอดขายให้ขยับได้ถึง 30% กันเลยทีเดียว




Reblog this post [with Zemanta]

Saturday, November 28, 2009

TESCO LOTUS ส่งคูปองCLUB CARDขอบคุณลูกค้าทั่วไทยครั้งแรก รวมมูลค่ากว่า 230 ล้านบาท



Tesco Lotus จัดส่งจดหมายClub Cardพร้อมคูปองแก่ลูกค้าผู้สมัครและใช้Club Cardในรอบ 3 เดือนแรก รวมมูลค่ามากกว่า 230 ล้านบาท โดยลูกค้าที่ใช้Club Cardก่อนวันสรุปยอดสะสมแต้มครั้งแรกในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 จะได้รับสิทธิประโยชน์จากTesco Lotus ซึ่งประกอบด้วยคูปองแทนเงินสด และ/หรือคูปองส่วนลดสินค้าที่Tesco Lotusคัดสรรให้ตามพฤติกรรมการจับจ่ายของลูกค้า จดหมายClub Cardนี้เป็นการตอกย้ำความสำเร็จก้าวแรกของ “Club Card บัตรขอบคุณ” โปรแกรมขอบคุณลูกค้าที่Tesco Lotus ตั้งใจมอบแทนคำขอบคุณให้แก่ลูกค้าทั่วประเทศ





Club Card บัตรขอบคุณ นับเป็นโปรแกรมขอบคุณลูกค้าที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดโปรแกรมหนึ่งของโลก ด้วยการส่งเสริมให้เกิดการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก ลูกค้าที่สมัครและใช้Club Cardจะได้รับสิทธิประโยชน์ง่ายๆ ด้วยการรับแต้มสะสม 1 แต้มจากการจับจ่ายทุก 2 บาท โดยไม่มีการกำหนดมูลค่าการซื้อขั้นต่ำ และเมื่อสะสมแต้มตั้งแต่ 1,000 แต้มขึ้นไปก็จะได้รับคูปองเงินสดตามแต้มสะสม ซึ่งมีมูลค่าเริ่มตั้งแต่ 10 บาท และแต้มสะสมไม่มีวันหมดอายุ นอกจากนี้ “Club Card” ยังช่วยให้Tesco Lotusสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง และสามารถเข้าใจถึงความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละคนอีกด้วย




นายสตีฟ แฮมเม็ทท์ ประธานกรรมการบริหาร Tesco Lotus กล่าวว่า “เราคาดการณ์ไว้ว่าหลังเปิดตัวClub Card จะมีลูกค้าร่วมเป็นสมาชิกจำนวน 4 ล้านรายในปีแรก โดยที่ผ่านมาลูกค้าตอบรับClub Cardดีเกินกว่าที่คาดไว้ โดยเวลาเพียง 3 เดือน มียอดผู้สมัครและใช้Club Cardทะลุเกินกว่า 3.2 ล้านคน (ณ วันสรุปยอดสะสมแต้ม 3 เดือนแรกวันที่ 9 พฤศจิกายน) ซึ่งเราได้มอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกค้ากลุ่มดังกล่าว เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจในTesco Lotus ซึ่งจดหมายClub Cardพร้อมคูปองรอบแรกนี้ สามารถช่วยให้ลูกค้าประหยัดและร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยลูกค้าสามารถนำคูปองแทนเงินสด และคูปองส่วนลดสินค้าต่างๆ ไปใช้จับจ่ายสินค้าและของขวัญสำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่นี้”




คุณยุพดี ศรีศิลป ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาด – Club Card ประเทศไทย กล่าวว่า “จากข้อมูลการสรุปยอดสะสมครั้งแรกนี้ ลูกค้าผู้ถือClub Card บัตรขอบคุณ มากกว่า 2 ใน 3 มีแต้มสะสมเกินกว่า 1,000 แต้ม ซึ่งจะเป็นผู้ที่ได้รับคูปองแทนเงินสด และคูปองส่วนลดในสินค้าที่เขาจับจ่ายเป็นประจำ ส่วนลูกค้าที่มีแต้มสะสมน้อยกว่า 1,000 แต้ม เราก็ยังขอบคุณลูกค้าด้วยการมอบคูปองส่วนลดสินค้าที่เขาจับจ่ายเป็นประจำให้ด้วย ทั้งนี้ Tesco Lotusได้จัดส่งคูปองทั้ง 2 ประเภทรวมมูลค่าทั้งสิ้นมากกว่า 230 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นคูปองแทนเงินสดมูลค่ารวมกว่า 80 ล้านบาท และเป็นคูปองส่วนลดสินค้ามีมูลค่ารวมกว่า 150 ล้านบาทให้แก่ลูกค้าClub Cardในรอบการสะสมแต้ม 3 เดือนแรก”

ลูกค้าทุกท่านสามารถนำคูปองที่ได้รับไม่ว่าจะเป็นคูปองแทนเงินสด และคูปองส่วนลดสินค้าไปใช้ร่วมกับClub Card บัตรขอบคุณ ได้ที่Tesco Lotusทุกสาขาทั่วประเทศ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อศูนย์บริการลูกค้าClub Card โทร. 0-2626-8800




เกี่ยวกับClub Card บัตรขอบคุณ จากTesco Lotus:




Club Card บัตรขอบคุณ เปิดตัวครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2552 หลังจากเปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศอังกฤษเมื่อ 14 ปีที่ผ่านมา Club Cardมาพร้อมบัตรใบเล็กในรูปแบบพวงกุญแจที่จะช่วยทำให้การสะสมแต้มเป็นเรื่องง่าย และเพิ่มความสะดวกในการพกพา โดยลูกค้าสามารถสมัครClub Cardได้ฟรี ที่จุดบริการลูกค้า Tesco Lotus ทุกสาขา เพื่อนำไปใช้สะสมแต้มได้ทันทีโดยมีรายละเอียด ดังนี้




- ใช้จ่ายครบทุก 2 บาท รับแต้มสะสม 1 แต้ม

- แต้มสะสมตั้งแต่ 1,000 แต้มขึ้นไป จะถูกเปลี่ยนเป็นคูปองแทนเงินสดตามจำนวนแต้มที่สะสม โดยมีมูลค่าเริ่มต้นที่ 10 บาท

- แต้มสะสมจะถูกเปลี่ยนเป็นคูปองแทนเงินสดและจัดส่งให้แก่สมาชิกพร้อมไปกับคูปองส่วนลดสินค้า โดยส่งให้ถึงบ้านทางไปรษณีย์ทุก 3 เดือน

- แต้มสะสมไม่มีวันหมดอายุ เพราะแต้มสะสมคงเหลือ จะถูกโอนไปสะสมในรอบการสะสมถัดไปโดยอัตโนมัติ

- ลูกค้าสามารถใช้คูปองClub Cardได้ที่Tesco Lotus ไฮเปอร์มาร์เก็ต ตลาดโลตัส Tesco Lotus คุ้มค่า และTesco Lotus เอ็กซ์เพรส ทุกสาขาทั่วประเทศ

- ปัจจุบันมีลูกค้าสมัครและใช้Club Cardแล้วจำนวน 3.2 ล้านคน (ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2552)






Friday, October 9, 2009

TESCO LOTUS CLUBCARD THE KEY OF LOYALTY STORE





การแข่งขันเรื่องลอยัลตี้โปรแกรมของห้างไฮเปอร์มาร์เก็ตในช่วงที่ผ่านมา ถือว่ามีความเข้มข้น ไม่น้อยหน้ากัน เมื่อ "เทสโก้ โลตัส" เปิดตัวบัตรขอบคุณ "คลับการ์ด" ไม่กี่สัปดาห์ ต่อมา ค่าย "บิ๊กซี" ก็ดัน "บิ๊กการ์ด" ออกมาใช้แทนบัตรช็อปโทร.ฟรี พร้อมเกทับด้วยการมอบคูปองเงินสดทันทีเมื่อซื้อครบตามเงื่อนไขที่กำหนด ใกล้เคียงกับเงื่อนไขของ "บัตรไอวิช" ของคาร์ฟูร์



ถึงนาทีนี้ ผู้บริหารห้างค้าปลีกหลายค่ายต่างยอมรับว่า บัตรสมาชิกมีผลต่อพฤติกรรมลูกค้ามากขึ้น ที่เห็นได้ชัดคือลูกค้าในกรุงเทพฯและปริมณฑลที่มีลอยัลตี้ต่อห้างน้อยลง และพร้อมที่จะสวิตชิ่งไปหาสิ่งที่ให้ดีลพิเศษมากกว่า




"ประชาชาติธุรกิจ" ได้มีโอกาสพูดคุยกับ "กวิน สัณฑกุล" กรรมการและประธานบริหารฝ่ายการตลาด เทสโก้ โลตัส ถึงการแข่งขันอันร้อนแรงในสมรภูมิค้าปลีก ซึ่ง "กวิน" บอกว่า สุดท้ายลูกค้าที่มีหลายบัตรจะเลือกเบเนฟิตที่เหมาะกับเขาที่สุด และจะชินกับการใช้บัตรนั้น ดังนั้น โจทย์สำคัญก็คือ ต้องทำให้คลับการ์ดกลายเป็นพรีเฟอร์การ์ด หรือการ์ดใบโปรดให้ได้ ลูกเล่นแรกที่เทสโก้ฯนำมาใช้ คือการ สะสมพอยต์ และหลังจากนี้ 2-3 เดือนก็จะมีคูปองเงินสดและคูปองส่วนลดให้ลูกค้านำกลับมาใช้ต่อ



"คีย์หลักของคลับการ์ดเน้นที่การขอบคุณลูกค้า ยิ่งซื้อมาก ยิ่งได้รับการขอบคุณมาก เงื่อนไขไม่ยุ่งยาก และแต้มไม่มีวันหมดอายุ อีกทั้งรูปแบบสาขาที่หลากหลาย รองรับช็อปปิ้งมิสชั่นที่แตกต่างกันของลูกค้าได้ ลูกค้าจึงมีโอกาสได้แต้มง่าย"



สเต็ปแรกของคลับการ์ดเริ่มจากในสโตร์ ต่อมาจึงขยายผลไปยังร้านเช่า เช่น เอ็มเค สุกี้ ซีเอ็ด หรือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ในรูปของคูปองส่วนลด ซึ่งเป็นผลดีกับ กลุ่มเวนเดอร์ที่ต้องการโปรโมตสินค้า



"ฐานข้อมูลลูกค้าสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายขายหรือ ฝ่ายผลิต เพราะเมื่อเรารู้ว่าลูกค้าเป็นใคร ต้องการอะไร และมีพฤติกรรมอย่างไร ฝ่ายขายและฝ่ายผลิตก็สามารถทำราคา โปรโมชั่น ผลิตภัณฑ์ใหม่ ให้เหมาะสมกับลูกค้า ช่วยเพิ่มโปรดักทิวิตี้ ทำให้เขามีเงินเหลือ สามารถลงทุนให้ลูกค้าได้มากขึ้น เป็นข้อดีที่หมุนเวียนไปเป็นวัฏจักร"



สเต็ปต่อไปเป็นการมอบโปรโมชั่นที่เหมาะสมกับพฤติกรรมรายบุคคล จากนั้นก็จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของเทสโก้ฯชัดขึ้น เช่น การสร้างเบบี้คลับรองรับลูกค้าที่เพิ่งมีลูก หรือเฮลท์คลับ ไวน์คลับ ฯลฯ



ถือเป็นการดีไซน์สโตร์ให้เหมาะกับพฤติกรรม ช่วยเสริมในเรื่องช็อปปิ้งเอ็กซ์พีเรียนซ์และเพิ่มความถี่ในการจับจ่าย



"กวิน" กล่าวตบท้ายว่า ความสำคัญของการทำลอยัลตี้โปรแกรม ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมาก่อนมาหลัง หรือสิทธิประโยชน์ที่มอบให้ลูกค้า แต่อยู่ที่ว่าเราจะเอาข้อมูลที่ได้ไปทำอะไร ไปครีเอตแวลูอย่างไร



เกมนี้ใครขยับตัวตามลูกค้าไว้ที่สุด โอกาสชนะก็ยิ่งสูง





Reblog this post [with Zemanta]

Friday, September 25, 2009

Carrefour Promotes iWish as Loyalty Pragram


Prapaphan



CenCar Co, the local operator of Carrefour hypermarkets, is stepping up its customer loyalty and retention programmes to better compete with rivals Tesco Lotus and Big C.





CenCar merchandising director Prapaphan Ploysaengngam (centre), announces more promotions for ‘I Wish’ cardholders yesterday.



The launch of membership cards by major retail players has intensified in recent years.



Central Retail Corporation pioneered the innovation locally with the introduction of by Tops Supermarket's Spot Rewards in June 2004 followed by The 1 Card for the other CRC brands in 2006 ago.



Carrefour introduced its I Wish card in 2007. The Mall Group started its M Card loyalty programme earlier this year. A few months later Tesco Lotus and Big C Supercenter introduced the Club Card and Big Card, respectively.

Currently, CenCar has 1.6 million I Wish cardholders and expects the figure to rise to 2 million members by the year-end. Of the 1.6 million members, about 60% are active and spend an average 800 baht per shopping trip.


CenCar initially planned to spend 140-150 million baht to promote sales in the fourth quarter, said merchandising director Prapaphan Ploysaengngam. But, almost one-third of the budget, or 50 million baht, will now be allocated to the Carrefour Month 2009 campaign which runs from tomorrow until Oct 29.



The promotion offers I Wish cardholders discounts between 3% to 100% on their next purchase at 37 stores nationwide.



Apart from giving discounts, all vendors at Carrefour shopping centres will for the first time join a campaign and offer giveaways and promotional items to shoppers. "It is difficult to draw new customers to shop at our stores and it is more difficult to retain our existing customers particularly when the economy is weak," Ms Prapaphan said.



With the new campaign, CenCar expects to boost the number of loyal customers to 70%, up from current 60%.


For its expansion plan, the company will officially open its 37th Carrefour branch in Lop Buri today. Two outlets will be opened in Lam Luk Ka, Pathum Thani next month and in Chumphon province in December, increasing the total store count to 39 by the year-end.

Combined, the three new stores will cost 1.5 billion baht and hire 600 new jobs. Each outlet has 6,000 square metres of retail space.







Reblog this post [with Zemanta]

Monday, August 31, 2009

TOPS INVEST 600 MILLION NEXT YEAR



"ท็อปส์"ย้ำกิจกรรมมัดใจลูกค้าเดิม เผยแผนปีหน้าเทงบ600ล.ปูพรมสาขามุ่งไซซ์"มินิ"


"ท็อปส์" เปิดตัวเอ็มดีใหม่ เปิดแผนลงทุนปีหน้าทุ่มอีกกว่า 600 ล้าน ปูพรมสาขาเน้นโมเดลท็อปส์ เดลี่ ชูสปอต มันนี่ แบ็ค มัดใจลูกค้า ลั่นปีนี้-ปีหน้ากำไรพุ่ง



นายเอียน ไพย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด กล่าวในโอกาสที่จะเกษียณจากตำแหน่งและมอบตำแหน่งให้ผู้บริหารคนใหม่ว่า จากนี้ไปบริษัทจะยังเดินหน้าขยายการลงทุนต่อเนื่อง โดยปีหน้าจะลงทุน 500-600 ล้านบาท ซึ่งลดจากปีนี้ทั้งปีที่ใช้งบฯลงทุนสูงถึง 1,000 ล้านบาท โดยงบฯดังกล่าวจะใช้เพื่อเปิดสาขาใหม่ 400 ล้านบาท ในการเปิดท็อปส์ มาร์เก็ต 3 สาขา ท็อปส์ ซูเปอร์ 2 สาขา และท็อปส์ เดลี่ 40 สาขา ส่วนอีก 200 ล้านบาท จะใช้เพื่อปรับปรุงสาขา 17 สาขา รวมถึงสาขาสุขุมวิท 19 และเซ็นทรัล ลาดพร้าว และจะปรับท็อปส์มาร์เก็ตที่เซ็นทรัล ภูเก็ต ให้เป็นเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์


สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วบริษัทเปิดตัวโปรแกรม สปอต มันนี่ แบ็ค ก่อนหน้าคู่แข่งรายอื่นๆ ที่มีแผนเปิดตัวลอยัลตี้โปรแกรมเหมือนกัน ด้วยการแจกคูปองเงินสดและส่วนลดมูลค่า 250 ล้านบาท เพื่อดึงลูกค้าให้กลับมาช็อปที่ท็อปส์ โดยเฉพาะลูกค้าท็อปสเปนเดอร์ที่มีอยู่มากกว่า 4 แสนคน เพื่อช่วยสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว ซึ่งวัดได้จากยอดซื้อที่มาจากลูกค้าสมาชิกที่มีสัดส่วน 82-83% จากยอดสมาชิกทั้งหมด 4.1 ล้านคน โดยท็อปส์จะมีการ วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าทุกสัปดาห์เพื่อสร้างแผนงานรองรับ


"พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปตั้งแต่ปลายปี แม้ว่าปีที่แล้วบริษัทจะเติบโต 8-9% แต่เมื่อดูยอดจริงๆ จะพบว่าลูกค้าชะลอการจับจ่ายลง และนิยมซื้อสินค้าราคาถูก ทำให้ปริมาณสินค้าที่ขายออกมีเพิ่มขึ้นแต่มูลค่ากลับน้อยลง"


นายเอียน ไพย์ กล่าวถึงผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกว่า บริษัททำกำไรได้ไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ กระทั่งเดือนพฤษภาคมที่ยอดขายเริ่มฟื้นตัว ทำให้ปัจจุบันมียอดขายเติบโตขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และหวังว่าไตรมาส 3-4 เป็นต้นไปผลประกอบการจะกลับมาดีขึ้น ตั้งเป้าตลอดทั้งปีจะมียอดขายเติบโต 5-6% หรือมีมาร์เก็ตแชร์ 8.6-10% ในเซ็กเมนต์ ซูเปอร์มาร์เก็ตไฮเปอร์มาร์เก็ต คิดเป็นมูลค่าราว 22,000 ล้านบาท ขณะที่ปีหน้าคาดว่าจะมียอดขาย 24,000 ล้านบาท


"ตั้งแต่ปี 2543-2546 เราขาดทุนมาตลอด เพิ่งจะมาเท่าทุนเมื่อปี 2547 และหลังจากนั้นก็เริ่มมีกำไร แต่กำไรก็เริ่มลดลงมาบ้างเมื่อปี 2549-2550 เนื่องจากมีการลงทุนมาก กระทั่งปี 2551 กำไรก็พุ่งขึ้น และคาดว่าตลอดปีนี้จนถึงปีหน้าบริษัทจะทำกำไรได้มากกว่าเดิม"



ด้านนายอลิสเตอร์ เทย์เลอร์ ว่าที่กรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทลฯ กล่าวว่า หลังเข้ารับตำแหน่งซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไป จะสานต่อวิสัยทัศน์เดิมของ นายเอียน ไพย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสินค้าเฮาส์แบรนด์ หรือการจัดซื้อ แต่อาจมีการปรับกลยุทธ์บางส่วน โดยเฉพาะการเพิ่มระบบไอทีในแผนกจัดซื้อซึ่งจะช่วยให้ลูกค้า ได้รับสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น และย่นระยะเวลาการทำงานระหว่างฝ่ายจัดซื้อกับซัพพลายเออร์



"เนื่องจากธุรกิจฟู้ดรีเทลมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าหรือคู่แข่ง แนวทางการทำงานของตนหลักๆ จะสปีดให้เร็วกว่าคู่แข่งและเป็นผู้นำอยู่ตลอดเวลา" นายอลิสเตอร์กล่าว




Thursday, August 20, 2009

Tesco Lotus hastens expansion in Thailand

A Tesco Clubcard and a Clubcard keyfob.Image via Wikipedia

Tesco Lotus, the UK hypermarket chain, will pour slightly more money into its expansion in the Thai market next year beyond the normal average investment of approximately 7 billion baht per year.

Hammett: Loyalty card ‘the best’

Steve Hammett, CEO of the local Tesco Lotus operator Ek-Chai Distribution System Co, said the company had had robust investment in Thailand for several years. At least six hypermarket outlets, more than 10 Talad Lotus stores and some Lotus Express outlets will be opened this year, bringing its total to about 600 outlets in all formats.

It is expected that the number of new outlets to be added next year will be a bit more than in 2009.



Tesco is present in 13 countries and the United States, India and China are the next big targets for the company's business expansion.

Ek-Chai Distribution System has tried to persuade Tesco to increase its investment in Thailand every year since inception.

"I don't see an economic recovery yet but it can't get any worse," said Mr Hammett.

The company will launch its Clubcard reward programme tomorrow. It tested the market with pilot programmes in Hat Yai and Ko Samui stores over the past few years and received good customer response.

Thailand is the seventh country in the world and the second in Southeast Asia where the Clubcard will be available. The company anticipates 4 million members in the first year. Shoppers earn Clubcard points that are converted into cash coupons four times a year.

Several retail operators such as Central Department Store, Tops Supermarket, Carrefour, Future Park Rangsit, M Card and recently The Mall Group also offer loyalty cards.

"It is more important to be the best, not the first," said Mr Hammett. "Compared to other competitors, nobody has a scheme like us: it is free to join, we offer cash coupons, there is no minimum requirement and you can redeem at all 62 stores nationwide."

Reblog this post [with Zemanta]

LinkWithin

Related Posts with Thumbnails