Pages

Showing posts with label Chiangrai. Show all posts
Showing posts with label Chiangrai. Show all posts

Friday, March 18, 2011

ROBINSON ADDING 7 MORE STORES

Robinson Department Store Plc will spend 4 billion baht to open seven new outlets this year and next.

Customer response to first lifestyle centre in Trang has exceeded expectations since the opening four months ago, says Mr Preecha.

Included in the two-year expansion plan is Robinson Suphan Buri, its second stand-alone lifestyle project, worth 800 million baht, where outside tenants will be invited to rent space next year, said president Preecha Ekkunagul.

The first lifestyle centre opened in Trang last November to penetrate secondary provinces where big shopping malls were not present.

"The feedback in Trang has exceeded our expectations with double-digit growth every month since it was opened four months ago," he said.

Apart from Suphan Buri, the other six new stores will be in Chiang Rai, Phitsanulok, Bangkok's Rama IX and Bang Khae areas, Mega Bang Na and Surat Thani. By the end of 2012, Robinson will have 30 branches.

Thursday, February 3, 2011

CENTRAL ปิดทางคู่แข่ง ยึดหัวหาด ประตูสู่ ปท.เพื่อนบ้าน


นับ 3 ปีหลังจากนี้ การเติบโตแบบ "กลยุทธ์ผู้นำ" ที่กลุ่มเซ็นทรัลใช้ขับเคลื่อนผลักดันการเติบโตขององค์กรจะเห็นภาพชัดยิ่งขึ้น

นอกจากการวางหมากให้ห้างสรรพสินค้า "เซ็นทรัล" ปักธงในจังหวัดที่เป็นหัวเมืองสำคัญและท่องเที่ยวควบคู่กับกรุงเทพฯ เช่นเดียวกับห้างสรรพสินค้า "โรบินสัน" จะรุกคืบไปในหลากหลายโมเดลเพื่อเติมเต็มในจังหวัดหัวเมืองหลักและหัวเมืองรองที่ยังคงมีดีมานด์ลูกค้าอีกมหาศาลแล้ว

ยุทธศาสตร์ "เซ็นทรัล" ในการยึดพื้นที่จังหวัดที่เป็นประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ได้กลายเป็น 1 ในเป้าหมายสำคัญ ไม่เพียงเพื่อดึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาจับจ่ายและเพิ่มรายได้ แต่ยังเป็นการตั้งรับเชิงรุกสำหรับการเปิดตลาดสู่ประชาคมอาเซียนที่มีจำนวนมหาศาล ด้วยเซ็นทรัล เชียงราย, เซ็นทรัล อุดรธานี และล่าสุดเตรียมลงทุนครั้งใหญ่ เซ็นทรัล หาดใหญ่ หลังคว้าที่ดินผืนงาม 47 ไร่ ไว้เรียบร้อยแล้ว

กลายเป็นจิ๊กซอว์ที่ "เซ็นทรัล" ดักกลุ่มลูกค้า "เกตเวย์" หรือเปิดประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้านได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น จีน ลาว มาเลย์ สิงคโปร์ เป็นต้น รวมถึงการปิดทางคู่แข่งด้วยกลยุทธ์ "Dominate Strategy"

นั่นหมายความว่าถ้าเซ็นทรัลจะไปปักธงศูนย์การค้าแห่งใหม่ที่ไหน ย่อมต้องใหญ่กว่า-ครบเครื่อง และ เหนือกว่าคู่แข่งทุกด้าน

Monday, January 10, 2011

ตรวจแนวรบค้าปลีกเชียงใหม่ ปูพรมขยายสาขารับกำลังซื้ออนาคต

Central Chiangrai

เปิดศักราชปีเถาะ น่าจะเป็นอีกปีหนึ่งที่แวดวงโมเดิร์นเทรด หรือค้าปลีก-ค้าส่งของเมืองเชียงใหม่ จะทวีดีกรีการแข่งขันที่รุนแรงและดุเดือดอีกระลอกจากการรุกเข้ามาของกลุ่มทุนค้าปลีก-ค้าส่งข้ามชาติอย่างไม่หยุดยั้ง ขณะนี้มีห้างโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ 8 แห่ง ขนาดกลาง 5 แห่ง ร้านสะดวกซื้อ 7-11 และโลตัส เอ็กซ์เพรส มากกว่า 200 แห่ง



ขณะที่ "กลุ่มบิ๊กซี" กลายเป็นตัวแปรสำคัญ หลังจากเทกโอเวอร์คาร์ฟูร์ในเมืองไทย หมายความว่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ บิ๊กซีจะมีสาขามากที่สุดถึง 4 แห่ง

บิ๊กซีครองพื้นที่มากสุด 4 สาขา

สมรภูมิค้าปลีก-ค้าส่งเชียงใหม่จึงแบ่งเวทีการแข่งขัน หรือเซ็กเมนต์ ออกเป็น 3 ระดับ ที่รายล้อมโอบเมืองเชียงใหม่ กวาดกำลังซื้อของผู้บริโภคเชียงใหม่และใกล้เคียงอย่างไม่หยุดยั้ง

นั่นคือกลุ่มไฮเปอร์มาร์เก็ตเหลืออยู่เพียง 3 แบรนด์ ได้แก่ ห้างบิ๊กซี มีทั้งสิ้น 4 แห่ง ได้แก่ สาขาดอนจั่น, สาขาแม่เหียะ, สาขาเชียงใหม่ บิสซิเนส ปาร์ค และสาขาหางดง ไม่รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงอย่างลำพูนอีก 1 สาขา ส่วนเทสโก้ โลตัส และแม็คโคร มีสาขาอย่างละ 2 แห่ง ฉะนั้นในปี 2554 ต้องจับตาการขยับตัวของเทสโก้ โลตัส และแม็คโครว่าจะจัดโปรโมชั่นเพื่อชนกับ บิ๊กซีอย่างไร

Monday, October 25, 2010

ROBINSON เท6พันล.บุกหัวเมืองรอง เร่งเปิดทุกไตรมาส/ลุ้นต่อสัญญารัชดาปรับพท.รีเทล

เปิดแผน 3 ปี ลงทุน 6,000 ล้านบาท "โรบินสัน" เคลื่อนทัพเชิงรุกบุกจังหวัดหัวเมืองรอง ตั้งเป้าปีละ 3-4 สาขา พร้อม ลุยเองพัฒนาโมเดลห้าง+พาร์ตเนอร์ธุรกิจ ไม่ต้องรอ "เซ็นทรัลพัฒนา" ที่เน้นลงทุนศูนย์การค้าขนาดใหญ่ โฟกัสหัวเมืองหลัก ลุ้นต่อสัญญาพื้นที่สาขารัชดาฯ หวังพัฒนารูปแบบรีเทลขนานไปกับเซ็นทรัลพระราม 9 ชี้ปีหน้าเปิดสาขาใหม่ทุกไตรมาส เชียงราย-พิษณุโลก-บางแค-พระราม 9



นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแผนการลงทุน 3 ปีหลังจากนี้ว่า ได้เตรียมเปิดสาขาใหม่ปีละ 3-4 แห่ง ด้วยงบฯลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี โดยจะเน้นในจังหวัด ที่เป็นหัวเมืองรอง ซึ่งปัจจุบันโรบินสัน มีสาขาในต่างจังหวัดเพียง 14 จังหวัด จึงเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจและเพิ่มสาขาได้อีกมาก และโรบินสันตั้งเป้า ภายใน 3 ปีต้องสามารถขยายสาขาใหม่ ให้ได้อย่างน้อย 35 แห่งจากปัจจุบัน 24 แห่ง รวมสาขาล่าสุดจะเปิดโรบินสัน ตรัง เดือนพฤศจิกายนนี้


Friday, August 13, 2010

CPN TO CONFIRM LADPRAO REVAMP


"ซีพีเอ็น" ย้ำแผนลงทุนบิ๊กโปรเจ็กต์เต็มรูปแบบ ด้วยงบ 8 พันล้าน เผยพร้อมควัก 4 พันล้าน พลิกโฉมใหม่ "เซ็นทรัล ลาดพร้าว" กับคอนเซ็ปต์ "More Rewarding Experience" หวังกวาดลูกค้ากระเป๋าหนักเพิ่ม 20% ขณะเดียวกันทุ่มอีก 2.8 พันล้าน เร่งพลิกฟื้น "เซ็นทรัลเวิลด์" ให้แล้วเสร็จทันเปิดเฟสแรกปลายก.ย.นี้ คาดสรุปเงินประกันกว่า 3 พันล้าน ในเดือนก.ย. ย้ำรายได้รวมของบริษัทยังโต 14-15%

นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา, เซ็นทรัล เฟสติวัล และเซ็นทรัลเวิลด์ เปิดเผยว่า แผนการลงทุนของบริษัทในปี 2553 และ 2554 จะใช้งบลงทุนรวม 7,000 -8,000 ล้านบาทต่อปี สำหรับการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ โดยบริษัทเตรียมแผนปรับปรุงเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ด้วยเงินลงทุนเกือบ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนของศูนย์การค้ากว่า 2,200 ล้านบาท และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลอีกกว่า 1,500 ล้านบาท โดยภาพลักษณ์ใหม่จะอยู่ภายใต้แนวคิด More Rewarding Experience เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ที่มีรายได้สูง เพิ่มพื้นที่โซนร้านอาหาร ภัตตาคาร อีก 50% และเพิ่มแม็กเนตด้านแฟชั่น โดยเฉพาะร้านค้าแบรนด์เนม ที่เคยเปิดให้บริการในเซ็นทรัลเวิลด์ จะเข้ามาเปิดให้บริการเพิ่มอีก 20% นอกจากนี้มีการเพิ่มพื้นที่จอดรถอีก 500 คัน ทำให้มีที่จอดรถเพิ่มขึ้นเป็น 3,000 คัน รวมทั้งการทำทางเดินเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเกิดความสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยจะปิดปรับปรุงเป็นเวลา 6 เดือน นับจากวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554

"ขณะนี้จำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวลดลงประมาณ 20% มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเฉลี่ย 1.5 แสนคนต่อวัน หลังจากที่มีการปรับปรุงสาขาลาดพร้าวแล้ว คาดว่าจะได้กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะระดับเอและบีบวกเพิ่มขึ้นอีก 20% โดยตั้งเป้าที่จะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเฉลี่ย 1.5-1.7 แสนคนต่อวัน"

สำหรับเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ได้รับการต่อสัญญาเช่าพื้นที่กับการรถไฟแห่งประเทศไทย ด้วยระยะเวลา 20 ปี เริ่มจากปี 2552 มีพื้นที่กว่า 47 ไร่ เป็นพื้นที่ค้าปลีก 3 แสนตารางเมตร โดยศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวมีพื้นที่เฉลี่ย 1.4 แสนตารางเมตร หลังการปรับปรุงสาขาลาดพร้าวแล้วเสร็จ ค่าเช่าพื้นที่ภายในศูนย์จะปรับขึ้นกว่า 10% โดยปัจจุบันทำรายได้เป็นอันดับ 2 รองจากเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีสัดส่วนกว่า 10% ของรายได้ทั้งหมด
นายกอบชัย กล่าวต่อไปว่า ในปีนี้บริษัทยังใช้งบลงทุนกว่า 500 ล้านบาทสำหรับปรับปรุงเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า ซึ่งจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคมศกนี้ ขณะที่การพัฒนาศูนย์การค้าในรูปแบบของโอเพน แอร์ มอลล์ ในย่านศรีนครินทร์ ที่เดิมมีแผนจะดำเนินการในปีนี้นั้น บริษัทจะชะลอออกไปก่อน และทำการศึกษาแผนการลงทุนอีกครั้ง เนื่องจากมีโครงการขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญและต้องลงทุนก่อน ขณะเดียวกันจะดำเนินการศึกษาโครงการโอเพน แอร์ มอลล์ในทำเลอื่นๆ ที่มีความเหมาะสมด้วย ส่วนแผนการพัฒนาโครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงราย, พิษณุโลก และพระราม 9 ยังคงดำเนินต่อเนื่องและคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2554

สำหรับผลประกอบการของบริษัทในปีนี้ คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 14-15% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้จะเกิดสถานการณ์ต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการของบริษัท โดยรายได้ของบริษัทมาจากการปรับขึ้นค่าเช่าเฉลี่ย 10-20% ในศูนย์การค้าต่างๆ ซึ่งมีทั้งหมด 16 ศูนย์ ขณะที่การทำประกันภัยของเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งทำประกันไว้ครอบคลุมทุกกรณีทั้งวินาศกรรม และการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ โดยวงเงินการทำประกันมีมูลค่าสูงกว่า 3,000 ล้านบาท ดังนั้นแม้จะต้องใช้เงินลงทุนในการปรับปรุงศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเกิดความเสียหายจากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา เป็นจำนวน 2,800 ล้านบาท ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนในโครงการอื่น ทั้งนี้การพิจารณาของบริษัทประกันภัยในต่างประเทศจะสามารถสรุปได้ภายในเดือนกันยายนนี้

Saturday, April 3, 2010

CENTRAL CHIANGRAI



Central Chiangrai



เซ็นทรัล เชียงราย ติดถนนไฮเวย์ ตรงข้ามบิ๊กซี บนเนื้อที่ 52 ไร่ รองรับการสร้างสะพานที่เชียงแสนและการสร้างถนนเชื่อมจากจีน ภายใต้งบลงทุน 1,600 ล้านบาท สาขานี้พร้อมสวัสดีชาวเชียงรายกลางปี 2554



Central Chiangrai

Reblog this post [with Zemanta]

Monday, February 22, 2010

SUCESSION PLAN AT CENTRAL

เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะImage by isriya via Flickr

ปลายปีที่ผ่านมากลุ่มเซ็นทรัลได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างบอร์ดบริหารชุดใหม่ นำทีมโดย "สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์" ทำหน้าที่ประธานกรรมการบริหารและมีกรรมการบริหารร่วมจากตระกูลจิราธิวัฒน์ 6 คน และคนนอกอีก 1คน คือ "ทศ-กอบชัย-พิชัย-ธีระเดช-สุทธิลักษณ์-ปริญญ์ จิราธิวัฒน์" และ "Gerd Steeb"

เป็นการเปลี่ยนถ่ายจากรุ่น 2 สู่รุ่น 3 ของตระกูลที่คุมอาณาจักรแสนล้านแบบครบทีมและเต็มตัว

ภาพของกลุ่มผู้กุมบังเหียนธุรกิจที่เปลี่ยนสู่ทีมคนหนุ่มถูกขยายผลจนเห็นภาพทิศทางใหม่ของเครือ

เซ็นทรัลอย่างแจ่มชัดในการเปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะในงานแถลงนโยบายและการลงทุนประจำปี 2010 ของกลุ่มเซ็นทรัลเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อยักษ์อย่างเซ็นทรัลขยับตัวครั้งใหญ่จึงเป็นที่จับตาของแวดวงธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งจากคู่ค้าที่ทำมาค้าขายกันมา คู่แข่ง นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ และอาจรวมถึงผู้บริโภคที่ลูกค้าเซ็นทรัลมาอย่างยาวนาน

ในสายตาภายนอก การถ่ายเลือดใหม่สู่ทีมคนหนุ่มแบบฟูลทีมในครั้งนี้ย่อมส่งผลต่อกระบวนการทำงานไม่ทางใดทางหนึ่งอย่างแน่นอน

เร็วขึ้น? อินเทรนด์ขึ้น? แอ็กเกรสซีฟขึ้น?

"ถ้าพูดกันตรง ๆ ก็คงด้วยเรื่องของวัยและความเหมาะสมของช่วงเวลา เป็น good balance ซึ่งปกติเราก็มีการเปลี่ยนทุก ๆ 7-8 ปีอยู่แล้ว เป็นการเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับการแข่งขันในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป" คือคำอธิบายของ ทศ จิราธิวัฒน์ ต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

"ในแง่โครงสร้างทำงานพื้นฐานคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่รูปแบบการตัดสินใจและขั้นตอนการทำงานจะเร็วขึ้น"

อย่างไรก็ตามบอร์ดชุดใหม่นี้ก็ใช่ว่า จะเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่เสียทั้งหมด เพราะมี 2 คนที่มาจากทีมบริหารชุดก่อน คือ "สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์" ในฐานะหัวหน้าทีมและ "ปริญญ์ จิราธิวัฒน์" ที่ลงมาช่วยกัน

"ทศ" ชี้ว่า เป็นความลงตัวแบบ mix and balance เพราะถ้าทีมงานเต็มไปด้วยผู้บริหารที่อาวุโสการลงทุนและการเติบโตขององค์กรก็จะเป็นแบบระมัดระวังตัวและคอนเซอร์เวทีฟ ซึ่งบางครั้งอาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ของการแข่งขันตลาดที่ต้องเร็ว-รุก-แรง

แต่ถ้าบอร์ดบริหารมีแต่คนรุ่นใหม่ไฟแรง บางครั้งการตัดสินใจการลงทุน-การแข่งขันก็อาจไม่รอบด้านและประมาทเกินไป

สูตรการทำงานที่จะบาลานซ์ระหว่างคอนเซอร์เวทีฟและแอ็กเกรสซีฟ จึงลงตัวด้วยกติกาที่ว่า การลงทุนแต่ละโครงการที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200 ล้านบาทขึ้นไปต้องเสนอให้บอร์ดซีเนียร์ร่วมพิจารณา ซึ่งปกติแล้วบอร์ดซีเนียร์ ประกอบด้วย "สุทธิชัย-สุทธิเกียรติ-สุทธิชาติ-สุทธิศักดิ์ จิราธิวัฒน์" จะประชุมกันสัปดาห์ละครั้ง ส่วนทีมผู้บริหารใหม่เจอกันบ่อย คุยกันบ่อยอยู่แล้ว ทำให้การเดินเครื่องแต่ละโครงการจะไปได้เร็ว เพราะแต่ละคนจะรู้สไตล์ ทำงานร่วมกันมานาน

แต่บางทีการทำงานจริง ๆ หรืออนุมัติโครงการใหญ่ ๆ ก็สามารถที่จะยืดหยุ่นกันได้ "ทศ" เล่าว่า อย่างกรอบการลงทุนแต่ละโครงการที่วางไว้ว่า 200 ล้านบาทต้องเสนอต่อบอร์ดซีเนียร์นั้น การทำงานสามารถขออนุมัติยกหูผ่านทางโทรศัพท์ได้เลย ไม่ต้องพรีเซนต์รายละเอียดมากนัก แต่ถ้าโครงการขนาดใหญ่มูลค่า 1 พันล้านบาทขึ้นไปค่อยเรียกประชุมครบทีมและเสนอรายละเอียดผลดี ผลเสียแบบเต็มขั้นตอน

"เพื่อให้การทำงานไปได้เร็วและไม่สะดุด"

ก่อนหน้านี้ "วันชัย จิราธิวัฒน์" ประธานกรรมการ "เซ็นทรัลกรุ๊ป" ระบุในเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ถึงเหตุผลใน การปรับปรุงโครงสร้างการบริหารธุรกิจ ครั้งใหม่นี้ว่า เพื่อเสริมศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานให้มีความคล่องตัวมากขึ้น

ซึ่งโครงสร้างบริหารแบบใหม่จะมีคณะกรรมการ 2 ชุด คือ คณะกรรมการกำกับการบริหาร Supervisory Board (SB ) ทีมอาวุโสประกอบด้วย "สุทธิชัย-สุทธิเกียรติ-สุทธิชาติ-สุทธิศักดิ์ จิราธิวัฒน์" ซึ่งจะคอยกำกับและดูแลการบริหารธุรกิจของ CEO Management Board (CMB) กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาสืบทอดคุมอาณาจักรนับแสนล้าน เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารครั้งสำคัญของกลุ่มเซ็นทรัลอีกครั้ง เพื่อผลักดันให้คนรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีความรู้ความ สามารถและมีประสบการณ์

"ในฐานะที่เป็นคนหนุ่มที่คุมการบริหารสูงสุดในแต่ละธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลอยู่แล้วนั้น บอร์ดใหม่ครั้งนี้ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมบริหารอย่างแท้จริง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในธุรกิจปัจจุบันและรองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของกลุ่มเซ็นทรัล"

โดยบอร์ดบริหารชุดใหม่ได้วางยุทธศาสตร์และแผนการลงทุนขับเคลื่อน "กลุ่มเซ็นทรัล" ด้วยนโยบายธุรกิจระยะยาวเน้นสร้างแบรนด์แข็งแรงและผนึกพันธมิตรการทำธุรกิจให้ครอบคลุมทั้งหน่วยงาน ภาครัฐและเอกชน

ความท้าทายของการทำงานจึงอยู่ที่ทำอย่างไรจะสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและแข็งแกร่งให้กับ "กลุ่มเซ็นทรัล" ท่ามกลางการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกควบคู่กับ "ซักเซสเซอร์แพลน" กระบวนการสร้าง เจเนอเรชั่นใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพขึ้นมาต่อยอดธุรกิจออกไปอย่างไม่สิ้นสุด

ขณะที่ภารกิจที่รออยู่เบื้องหน้ามีทั้งการลงทุนในและต่างประเทศ

แผนการลงทุนในปีนี้ กลุ่มเซ็นทรัลวางไว้ 16,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเนื่องจากสัญญาณเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว โดยมีกลุ่มซีอาร์ซีและซีพีเอ็น เป็น 2 ธุรกิจหลักที่ ขับเคลื่อนการลงทุนในปีนี้ด้วยสัดส่วน 31% และ 56% โดยเป็นการเตรียมลงทุนในโครงการที่ได้ชะลอไป อาทิ โปรเจ็กต์สถานทูตอังกฤษและเซ็นทรัลพลาซ่าพระราม 9 รวมทั้งโครงการใหม่โรบินสันตรังและเชียงราย และเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา บีช-โฮเทล ควบคู่กับการรีโนเวทสาขาเดิมให้ทันสมัยโดยเฉพาะสาขาเซ็นทรัลลาดพร้าวที่ใช้งบฯ สูงถึง 2,100 ล้านบาท ส่วนโครงการสวนลุมไนท์บาซาร์ มีแนวโน้มว่าคงต้องเลื่อนออกไปยังไม่มีกำหนด

และนโยบายการขยายธุรกิจไปต่างประเทศนั้น "กลุ่มเซ็นทรัล" นำร่องที่ประเทศจีนก่อน โดยจะไปพร้อม ๆ กัน ทั้งในส่วนของเซ็นทรัลรีเทลที่พร้อมเปิด 2 สาขาในปีนี้และปีหน้าที่เมืองหางโจวและเฉิ่นหยาง เช่นเดียวกับเซ็นทรัลพัฒนาที่ได้เริ่มเข้าไปหาพันธมิตรธุรกิจในการลงทุนแล้ว

ด้วยเป้าหมายการเติบโตของกลุ่มเซ็นทรัลในปีนี้ต้องโตมากกว่าจีดีพีประเทศ คือประมาณ 7% หรือรายได้รวม 118,800 ล้านบาท เมื่อเทียบกับรายได้ปีที่แล้ว 110,700 ล้านบาท

แต่ถึงแม้การลงทุนจะมีมูลค่าเป็นหมื่นล้านเฉกเช่นทุกปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่เท่ากับเป้าหมายการเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยยุทธศาสตร์ M & A (Mergers & Acquistions)

ด้านหนึ่ง M & A หรือ การควบรวมกิจการคือกลยุทธ์ที่กลุ่มธุรกิจที่มีความแข็ง แกร่งทางด้านธุรกิจและการเงินนิยมใช้กัน

ด้านหนึ่ง การควบรวมกิจการดังกล่าว "กลุ่มเซ็นทรัล" คาดหวังว่าจะทำให้อาณาจักรธุรกิจแห่งนี้ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นทั้งการขยายธุรกิจในประเทศและการบุกเปิดตลาดใหม่ ช่องทางใหม่ในต่างประเทศ ด้วยเงื่อนไขที่ว่า การควบรวมกิจการดังกล่าวต้องซินเนอร์ยี่และผสานประโยชน์ร่วมกัน

เมื่อบวกกับการคลื่อนตัวสู่ตลาด ต่างประเทศเป็นครั้งแรก สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าวันนี้ประเทศไทยเล็กเกินไปแล้วสำหรับเซ็นทรัล




Reblog this post [with Zemanta]

Monday, January 11, 2010

ปักฐาน"เชียงราย-ตรัง-พิษณุโลก" ROBINSON เดินเครื่องปูพรมเปิดสาขาเมืองใหญ่



"โรบินสัน" ปลุกตลาดค้าปลีกต่างจังหวัด ปูพรมก่อสร้างสาขาหัวเมืองใหญ่ ล่าสุดคณะกรรมการค้าปลีกค้าส่ง จ.เชียงรายไฟเขียวสร้างได้แล้ว เพราะไม่เข้าข่ายเป็น "ค้าปลีกค้าส่ง" ในกลุ่มโมเดิร์นเทรด พร้อมรุกคืบปักธงเมืองตรัง กว้านซื้อที่ดินกว่า 80 ไร่ชานเมือง ขณะที่ห้างท้องถิ่นบ่ยั่น ยันได้รับผลกระทบในระยะสั้น คิวต่อไปลุยลงทุนที่พิษณุโลก




นายอนุรัตน์ อินทร รองนายกเทศมนตรีฝ่ายโยธาธิการ เทศบาลนครเชียงราย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เครือเซ็นทรัลโดยบริษัทไทยพัฒน์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้ขออนุญาตเทศบาลนครเชียงรายเพื่อก่อสร้างอาคารพาณิชย์กลางใจเมืองเชียงราย ติดกับถนนพหลโยธิน เยื้องบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาเชียงราย ต.เวียง อ.เมือง ล่าสุดคณะกรรมการค้าปลีกค้าส่งจังหวัดเชียงรายและสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงรายได้อนุญาตให้ทำการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ดังกล่าวได้แล้ว เนื่องจากแบบแปลนไม่เข้าข่ายการ เป็นอาคารพาณิชย์เพื่อการค้าปลีกค้าส่งที่ต้องห้ามในพื้นที่ ต.เวียง โดยเป็นอาคารสูง 5 ชั้น และยังมีแนวโน้มจะขยายออกไปทางด้านหลังอีกหลายสิบไร่ด้วย



"ผลการตรวจสอบแบบแปลนพบว่าสถานที่และตัวอาคารของเครือเซ็นทรัลที่จะสร้างเป็นศูนย์การค้าโรบินสันมีพื้นที่สำหรับการวางจำหน่ายสินค้าเพื่อการค้าปลีกค้าส่งที่ไม่เกินไปกว่าที่กฎหมายกำหนด ส่วน พื้นที่อื่น ๆ ก็จะมีการก่อสร้างโรงแรม โรงภาพยนตร์ สถานที่พักผ่อน ฯลฯ รวมทั้งเน้นจำหน่ายสินค้ายี่ห้อดังหรือแบรนด์ เนมเป็นหลัก โดยจะไม่มีสินค้าเหมือนในห้างค้าปลีกค้าส่งหรือร้านค้าทั่วไป" นายอนุรัตน์กล่าว



ด้านนายประพนธ์ เอี่ยมสุนทร โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า แบบแปลนของเซ็นทรัลมีความแตกต่างจากห้างค้าปลีกทั่วไป เช่น เทสโก้ โลตัส ฯลฯ เพราะไม่ได้มุ่งก่อสร้างเป็นพื้นที่ค้าปลีกค้าส่งอย่างเดียว แต่ประกอบไปด้วยร้านค้าย่อย ๆ คละเคล้ากันไป โดยแต่ละร้านมีกิจกรรมที่ไม่เข้าข่ายเป็นการค้าปลีกค้าส่งจึงได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างได้



รายงานข่าวระบุว่า การขออนุญาตก่อสร้างดังกล่าวยืดเยื้อมาตั้งแต่เดือน ก.ย. 2551 เนื่องจากเขต ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย อยู่ในพื้นที่ที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยห้ามไม่ให้มีการก่อสร้างห้าง สรรพสินค้าที่มีเนื้อที่เพื่อการค้าปลีกค้าส่งเกินกว่า 300 ตารางเมตร ขณะที่ผังเมืองรวมจังหวัดเชียงรายกำหนดให้โซนสีแดงห้ามก่อสร้างอาคารพาณิชย์ที่มีเนื้อที่ค้าปลีกค้าส่งเกิน 300 ตารางเมตร โซนสีส้มห้ามเกิน 1,000 ตารางเมตร ทำให้เทศบาลนครเชียงรายไม่สามารถตัดสินได้โดยทันที จึงทำเรื่องหารือไปยังหลายหน่วยงาน กระทั่งได้ข้อสรุปว่า โรบินสันไม่ใช่การค้าปลีกค้าส่ง



ทั้งนี้โรบินสันเชียงรายมีเนื้อที่ประมาณ 1.3 แสนตารางเมตร เป็นอาคารสูง 5 ชั้น ใช้งบฯลงทุน 2,000 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปี ปัจจุบันยังมีความพยายามจะขยายพื้นที่ออกไปทางด้านหลังอีก 20 ไร่ ซึ่งเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะทำให้สองฟากฝั่งถนนพหลโยธินกลางใจเมืองเชียงรายมีทั้งห้างสรรพสินค้าแบรนด์เนมควบคู่กับค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ คือ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์



ด้านนายพีระ กุลวานิช ผู้อำนวยการสำนักกองช่าง เทศบาลนครตรัง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้บริษัทเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้มาขออนุญาตดำเนินการก่อสร้างอาคารเพื่อการพาณิชย์ ค้าปลีก-ส่ง เป็นอาคาร 2 ชั้น พื้นที่รวม 32,300 ตารางเมตร พื้นที่สำหรับจอดรถ 20,300 ตารางเมตร ขณะนี้กำลังก่อสร้าง กำหนดแล้วเสร็จปลายปีนี้หรือต้นปี 2554



นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่งในจังหวัดตรังเปิดเผยว่า การเข้ามาของกลุ่มเซ็นทรัลคาดว่าจะผุดคอมเพล็กซ์ครบวงจร ทั้งห้างสรรพสินค้าโรบินสัน รวมถึงสถานบันเทิงต่าง ๆ อีกด้วย ก่อนหน้านี้กลุ่มเซ็นทรัลได้เข้ามาเจรจาขอซื้อที่ดินบริเวณถนนตรัง-พัทลุง ติดกับสี่แยกอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ เนื้อที่ 80 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นที่ดินของกลุ่มนายสนอง เพ็ชรวิจิตร อดีตเจ้าของโรงแรมและห้างสรรพสินค้าตรังพลาซ่าที่ปิดกิจการไปแล้ว



นายจิรายุสถ์ พิตรปรีชา กรรมการผู้จัดการ ห้างสิริบรรณช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นห้างท้องถิ่นรายเดียวของ จ.ตรัง เปิดเผยว่า การเข้ามาของกลุ่มเซ็นทรัลยอมรับว่า จะส่งผลกระทบต่อห้างพอสมควร เนื่องจากเป็นการเข้ามาดึงกลุ่มลูกค้าที่คล้ายคลึงกัน แต่เชื่อมั่นว่าจะส่งผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น



ที่ผ่านมามีการเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงโดยการลงทุนก่อสร้างอาคารขึ้นใหม่ซึ่งจะแยกออกจากห้างเดิมแต่ก็อยู่ในบริเวณเดียวกัน เน้นความทันสมัยและความหลากหลายให้กับลูกค้ามากขึ้น ทั้งด้านของสินค้า พลาซ่า ด้านอาหารเครื่องดื่ม หรือความบันเทิงต่าง ๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ ส่วนห้างเดิมก็จะมีการปรับปรุงให้มีความทันสมัยขึ้น ห้างสิริบรรณจะยังคงเป็นห้างของคน ท้องถิ่น โดยคนท้องถิ่น และเพื่อคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดพิษณุโลกเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่โรบินสันจะเข้าไปเปิดสาขา โดยเมื่อกลางเดือน ธ.ค. 2552 นายวิมล พรพ่วง นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลพลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ทางกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา มายื่นแบบขออนุญาตก่อสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เนื้อที่ใช้สอยไม่ต่ำกว่า 60,000 ตารางเมตร บนถนนสิงหวัฒน์ ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก เนื้อที่รวมทั้งหมด 104 ไร่


Tuesday, December 22, 2009

CENTRAL ปั้นศูนย์เชียงราย เกตเวย์ดึงลูกค้าจีน-ลาว



กอบชัย จิราธิวัฒน์ เปิดแผนโปรเจ็กต์ "เซ็นทรัล เชียงราย" หวังปั้นเป็นเกตเวย์ ดึงกลุ่มลูกค้าเขตเศรษฐกิจจีน-ลาว เล็งดึง "โรบินสัน"เป็นแม่เหล็ก ชี้ภาพเศรษฐกิจ ปีหน้าค้าปลีกยังแรง โต 3-4%






นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมตลาดค้าปลีก ปีหน้าว่า มีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากหลาย ๆ ปัจจัยบวกที่เข้ามาหนุนอย่างน้อยน่าจะขยายตัวได้ 3-4% ซึ่งไปในทิศทางเดียวกับการประเมินตัวเลขจีดีพีเศรษฐกิจประเทศในปีหน้า ซึ่งส่วนตัวยังเชื่อว่าลูกค้ามีเงินและพร้อมที่จะจับจ่าย อย่างไรก็ตามแม้ว่าปีหน้าเซ็นทรัลพัฒนาจะไม่มีแผนเปิดสาขาใหม่ หลังจากเปิดแล้วในปีนี้ 4 แห่ง ซึ่งศูนย์ใหม่นี้จะเข้ามาช่วยเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท หลังจากปีหน้าเป็นการเปิดที่ครบเต็มปี



พร้อมกันนี้ได้เปิดเผยถึงการลงทุนเซ็นทรัล พลาซา เชียงรายโครงการใหม่ที่จะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดตัวในปี 2554 หลังจากได้เข้าซื้อที่ดินเปล่าขนาด 30 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบต่าง ๆ




หัวเรือใหญ่ซีพีเอ็น ระบุว่า เชียงรายจะเป็นโครงการขนาด 4 หมื่น ตร.ม. โมเดลกลาง ๆ ที่เหมาะกับพื้นที่และความต้องการของตลาด โดยมองว่าเชียงรายเป็นตลาด ที่มีศักยภาพสูงสำหรับการขยายธุรกิจ ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจที่เชื่อม 3 ประเทศ ไทย-ลาว-จีน ทำให้เชียงรายมีแนวโน้มกลายเป็นเกตเวย์สำคัญของตลาดตอนเหนือแทนเชียงใหม่ ด้วยคมนาคมที่สะดวกขึ้น นอกจากกลุ่มลูกค้าคนไทยแล้ว ลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น กลุ่มครอบครัวจากประเทศจีนและลาวสามารถที่จะขับรถหรือเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว จับจ่ายซื้อของ รวมทั้งติดต่อธุรกิจโดยมีเชียงรายเป็นศูนย์กลางได้ไม่ยาก



พื้นที่โครงการเซ็นทรัล พลาซา เชียงราย ขนาด 4 หมื่น ตร.ม.นี้ นายกอบชัยชี้ว่า มีโอกาสที่จะขยับขยายเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ขึ้นได้ต่อเนื่อง โดยการก่อสร้างแบ่งพื้นที่บางส่วนเอาไว้เพื่อพัฒนาโครงการรูปแบบต่าง ๆ ในอนาคต ขึ้นอยู่กับดีมานด์ของกลุ่มลูกค้าและความต้องการของตลาด โดยจะเริ่มลงมือก่อสร้างในปี 2553 เพื่อสามารถเปิดในปีถัดไป ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่ "ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน" จะเป็นแม็กเนตหลักของศูนย์เชียงราย



ส่วนความชัดเจนเรื่องรีโนเวต "เซ็นทรัลลาดพร้าว" นั้น "กอบชัย" ชี้ชัดว่า จะหาข้อสรุปในต้นปีหน้า เพื่อนำความเห็นและความต้องการของร้านค้าคูˆเช่าและของกลุ่มเซ็นทรัลมาประเมินร่วมกันอีกที เนื่องจากเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่ต้องปรับแก้ไขระบบหลาย ๆ อย่างของโครงสร้างอาคาร อาทิ เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น ทำให้การก่อสร้างยุ่งยากมากกว่าการรีโนเวตปกติ



"เราต้องคุยกับร้านค้า ว่าจะมีแนวทางการทำงานร่วมกันอย่างไร บางส่วนอยากจะให้ทยอยปรับทีละส่วนและไม่ต้องปิด ขณะที่ทีมมาร์เก็ตติ้งก็อยากจะปิดเลย แล้วรอเปิดทีเดียวตอนแปลงโฉมเสร็จ เพื่อเรียกเสียงฮือฮา สร้างกระแสให้คนอยากมาดู ก็คงต้องคุยกัน" นายกอบชัยกล่าวทิ้งท้าย



LinkWithin

Related Posts with Thumbnails