Pages

Monday, January 10, 2011

เปิดพื้นที่"ค้าปลีก"ใหม่6แสนตร.ม. "ROBINSON"ร่วม"MEGA BANGNA"ลุยโมเดลห้างขนาดย่อม


เปิดพื้นที่รีเทลใหม่ปี"54 คาดทะลุ 6 แสน ตร.ม. รายใหญ่-บิ๊กเนมมาครบ เร่งขยายสาขาครอบคลุมทุกพื้นที่ "เซ็นทรัล-เอ็มบีเค-สยามฟิวเจอร์-ธนิยะ-กลุ่มแลนด์ฯ" ร่วมเปิดศึกแข่งขันค้าปลีกรอบใหม่ ชี้ดีมานด์ยังทะลัก-กำลังซื้อมีต่อเนื่อง ด้านโปรเจ็กต์ยักษ์ "เมกะบางนา" เคาะสรุปโมเดลห้างสรรพสินค้า ดึง "โรบินสัน"ร่วมขบวน



เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ห้างสรรพสินค้า "โรบินสัน" กลายเป็น 1 ใน 5 แม่เหล็กที่ จะเข้ามาเติมเต็มโครงการเมกะบางนา ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ พื้นที่ 4 แสน ตร.ม. หลังจากได้เจรจากับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าในหลาย ๆ กลุ่มมาอย่างต่อเนื่อง จากก่อนหน้านี้ เมกะบางนาได้เปิด แม็กเนตหลักไปแล้ว 4 ตัว คือ อิเกีย, โฮมโปร, บิ๊กซี และเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ โดยเชนเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่จากสวีเดน "อิเกีย" พร้อมที่จะเปิดนำร่องก่อนเดือนพฤจิกายน 2554 ด้วยพื้นที่ 4 หมื่น ตร.ม. ส่วนที่เหลือจะเปิดเต็มรูปแบบช่วงเดือนมีนาคมของปีถัดไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โมเดลของโรบินสัน สาขาเมกะบางนา มีขนาดพื้นที่ 1.7 หมื่น ตร.ม. ไปพร้อมกับท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต โดยจะโฟกัสในกลุ่มสินค้า และคัดเฉพาะบางไลน์อัพของสินค้าที่ตรงกับความ ต้องการของกลุ่มลูกค้า และจะเปิดตัว พร้อมโครงการในเดือนมีนาคม 2555 โดยโรบินสันเปิดสาขาที่ 24 ล่าสุดที่จังหวัดตรัง เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้เปิดเพิ่มอีก 3 สาขา คือ เชียงราย พิษณุโลก และพระราม 9 และปีหน้าร่วมกับโครงการ เมกะบางนา

นอกจาก "อิเกีย" ที่คาดว่าจะเป็น 1 ในตัวหลักที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการปรับตัวและการแข่งขันในธุรกิจ ค้าปลีกแล้วนั้น ปี 2554 ยังเป็นปีที่มีพื้นที่รีเทลใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะในรูปแบบศูนย์การค้าและคอมมิวนิตี้มอลล์ รวมกันแล้วประเมินว่าจะมีมากกว่า 6 แสน ตร.ม. และส่วนใหญ่เป็นการเดินหน้าขยายธุรกิจของกลุ่มทุนรายใหญ่แทบทั้งสิ้น



นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ชี้ว่า แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกปี 2554 จะกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ ประกอบกับเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตดีขึ้น กำลังซื้อของตลาดปรับตัวสูงขึ้น ตามฐานเงินเดือนที่ปรับเพิ่มขึ้น ล้วนส่งผลดีต่อธุรกิจค้าปลีกที่มีโอกาสขยายตัวได้ถึง 10%

สอดคล้องกับแผนการลงทุนของซีพีเอ็น ในช่วง 3 ปีจากนี้ ด้วยงบฯลงทุนปีละ 7-8 พันล้านบาท สำหรับขยายธุรกิจในประเทศและต่างประเทศ คือ จีน อินเดีย และเวียดนาม ควบคู่กับการเปิด 3 ศูนย์การค้าใหม่ คือเซ็นทรัลเชียงราย, พิษณุโลก และพระราม 9 รวมพื้นที่กว่า 3.5 แสน ตร.ม. จากปัจจุบันมี 15 สาขา ซึ่งจะทำให้เป้าเติบโต 14-15% ภายในปี 2554 รวมถึงการเปิดโฉมใหม่ของเซ็นทรัลลาดพร้าวในเดือนสิงหาคม, การปรับปรุงสาขาปิ่นเกล้าที่แล้วเสร็จ, การเปิดเซ็นทรัลเวิลด์เต็มพื้นที่รวมถึงห้างสรรพสินคาเซน ที่พร้อมจะกลับมาเปิดเต็มรูปแบบในเดือนกันยายน ล้วนเป็นปัจจัยบวกหนุนการเติบโตของบริษัท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โมเดลเซ็นทรัล พลาซาพระราม 9 จะมีห้างโรบินสันเป็น แม่เหล็ก เตรียมเปิดตัวไตรมาส 4 ด้วย คอนเซ็ปต์เรียลิสติค ฟิวเจอร์ (realistic future) ในพื้นที่โครงการ 1.19 แสน ตร.ม., เชียงราย พิษณุโลก เปิดไตรมาส 3 ด้วยพื้นที่มากกว่า 1 แสน ตร.ม. และเชียงราย ขนาดพื้นที่ 1.3 แสน ตร.ม. ที่พร้อมเปิด ต้นปี รองรับลูกค้าในเชียงราย จังหวัด ใกล้เคียง และประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ ในพื้นที่ย่านดังกล่าว ยังมี โครงการเดอะไนน์ พระราม 9 ขนาด 1.3 หมื่น ตร.ม. คอมมิวนิตี้มอลล์ของกลุ่มเอ็มบีเคเซ็นเตอร์ ที่จะเปิดในปี 2554 นี้เช่นเดียวกัน

ด้านนายประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท แอล แอนด์ เอช พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในเครือแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ผู้บริหารศูนย์การค้า "เทอร์มินอล 21" กล่าวว่า เทอร์มินอล 21 พร้อมเปิดในเดือนกรกฎาคม 2554 ด้วยขนาดพื้นที่ 4.5 หมื่น ตร.ม. มูลค่าโครงการ 6 พันล้านบาท รองรับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนทำงานในพื้นที่อโศกและบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

"จากนี้ไป การขยายธุรกิจกลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีแผนลงทุนพัฒนาโครงการศูนย์การค้ามากขึ้น เนื่องจากธุรกิจค้าปลีกยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนในทำเลต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ"

สอดคล้องกับมุมมอง นายนพพรวิฑูรชาติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือเอสเอฟ วิเคราะห์ว่า ตลาดค้าปลีกยังเดินหน้าขยายตัวได้ดี ดูจากภาพการลงทุนของผู้ประกอบการหลายๆ โครงการที่พร้อมจะเปิดตัว รวมทั้งซัพพลายเออร์ ร้านค้าต่างเข้าไปจองพื้นที่ และขยายสาขาตามศูนย์ใหม่ ๆ เช่นเดียวกับภาพกำลังซื้อของลูกค้า ซึ่งแม้ว่าจะมีโครงการใหม่ ๆ เตรียมเปิดอีกหลายแห่งในปี 2554 ในกรุงเทพฯ แต่ก็ยังมองว่าไม่เต็ม และมีอีกหลายทำเลที่สามารถเปิดเพื่อรองรับกำลังซื้อของตลาด โดยเฉพาะเส้นบางนาตรงมาจากสุขุมวิท ที่มีกำลังซื้อสูง จะเป็นตัวเร่งให้เกิดภาพการแข่งขันค้าปลีกที่มากขึ้นควบคู่กับภาพของโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่จะมีเกิดขึ้นใหม่ ๆ ตามมาอีกจำนวนมาก

ทั้งนี้ การลงทุนของเอสเอฟ ในปี 2554 วางงบฯลงทุนประมาณ 1 พันล้านบาท โฟกัส 2 โครงการ คือ ขยายเฟสต่อในโครงการเกษตรนวมินทร์ และพัฒนาที่ดิน 14 ไร่ ด้านหลังศูนย์การค้าดิ เอสพลานาด เป็นคอมเพล็กซ์ เติมความครบเครื่องทั้งในส่วนพื้นที่รีเทล โรงละคร-คอนเสิร์ต และสำนักงานให้เช่า โดยจะเริ่มลงมือก่อสร้างกลางปีนี้และเปิดในปี 2555 ส่วนเฟส ต่อขยายนวมินทร์เริ่มแล้วพร้อมเปิดใน ปีนี้ ปัจจุบันกลุ่มสยามฟิวเจอร์มีโครงการคอมมิวนิวตี้มอลล์กว่า 30 โครงการ

นอกจากนี้ ปี 2554 ยังเป็นปีแห่งโอกาสของกลุ่มเจ้าของที่ดินเก่าในหลากหลายธุรกิจที่ต่างมองเห็นโอกาสจากการเติบโตของธุรกิจรีเทล อาทิ กลุ่มทุน "ธนิยะ" ขยายการลงทุน 2.5 พันล้านบาท บุกตลาดค้าปลีกด้วยคอมมิวนิตี้มอลล์ย่านศรีนครินทร์ พื้นที่ 7 หมื่น ตร.ม. ด้วย คอนเซ็ปต์ "ช็อป...ใกล้ชิดธรรมชาติ" เจาะ กลุ่มแมส-บี พร้อมแกรนด์โอเพนนิ่งธันวาคม หากผลตอบรับดีเตรียมขยับเปิดตลาดย่านถนนเพลินจิต ซึ่งมีพื้นที่ผืนงามในมือเตรียมไว้แล้ว รวมถึงกลุ่มทุนสิ่งทอที่จะเปิดตัวโครงการ "เดอะเซอร์เคิล" ถนนราชพฤกษ์ มีนาคม 2554 บนพื้นที่ 21 ไร่





ยืนยันออกจากปาก "กอบชัย จิราธิวัฒน์" คีย์แมนศูนย์การค้าเซ็นทรัลแล้วว่า พื้นที่ 1.25 แสน ตร.ม. "เซ็นทรัล บางนา" จะต้องถูกปรับโฉม ยกระดับเพื่อรับการแข่งขันของสมรภูมิค้าปลีก กรุงเทพฯตะวันออก ที่ฮอตและแรงต่อเนื่องตลอดช่วงปีที่ผ่านมา

โดยเฉพาะหลังการประกาศเปิดโครงการ "เมกะบางนา" ของกลุ่มทุนสวีเดน อิเกีย และสยามฟิวเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์ รวมถึงการเทกฯกิจการศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์สู่ "พาราไดซŒ พาร์ค" ของกลุ่มสยามพิวรรธน์และเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ที่คงไม่มีใครปฏิเสธว่า มีส่วนสำคัญที่ก้าวเข้ามาปลุกค้าปลีกชานเมืองทั้งย่านจากที่เคยนิ่ง ๆ ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างมีกลุ่มลูกค้าตัวเอง ให้ลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขา ปรับและเติมศูนย์การค้าให้สดชื่น ทันสมัย มีแม่เหล็กใหม่ ๆ เข้ามาดึงกลุ่มลูกค้า รับมือการแข่งขันที่ต้องแอ็กเกรสซีฟและคึกคักหนักหน่วงขึ้น

กลายเป็นโซนกรุงเทพฯตะวันออกที่ แข่งขันกันด้วยศูนย์การค้าโมเดลระดับบิ๊กไซซ์ทั้งนั้น คือซีคอนสแควร์ขนาด 5 แสน ตร.ม., พาราไดซ์ พาร์ค 3 แสน ตร.ม., เซ็นทรัล บางนา 1.25 แสน ตร.ม. และเมกะบางนา 4 แสน ตร.ม.

ทั้ง 4 โครงการทำให้ "เซ็นทรัล บางนา" กลายเป็นศูนย์การค้าที่มีขนาดพื้นที่เล็กกว่าใครเพื่อน

"เราเตรียมลงทุนครั้งใหญ่ในเซ็นทรัล บางนา โดยต้องการนำสิ่งที่ดีที่สุดและทันสมัยเพื่อตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ ของกลุ่มลูกค้า" หัวเรือใหญ่ เซ็นทรัล พลาซา ย้ำถึงสิ่งที่จะต้องมีเข้ามาเติมเต็มและดึงลูกค้า ภายในศูนย์ได้เริ่มทยอย รีโนเวตมาต่อเนื่อง รวมถึงพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลได้ลงทุน 300 ล้านบาท นำร่องก่อนหน้านี้สำหรับปรับโฉมครั้งใหญ่ขยายพื้นที่เพิ่มแผนกสินค้าและเพิ่มแบรนด์ใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและขยายทาร์เก็ตในวงกว้าง และปีนี้จะเป็นการลงทุนปรับโฉมในส่วนของพลาซา

เช่นเดียวกับศูนย์การค้า "ซีคอนสแควร์" ที่เริ่มทยอยปรับโฉมทั้งภายนอกและภายใน เตรียมอวดโฉมรับการแข่งขันภายในปีนี้ รวมถึงขยายพื้นที่จอดรถเพิ่มอีก 600 คัน ด้วยงบฯลงทุน 400 ล้านบาท โดยเฉพาะการปรับลานด้านหน้าศูนย์ใหม่เป็นครั้งแรกในรอบกว่าสิบปีที่ผ่านมา ควบคู่กับภูมิทัศน์โดยรอบใหม่ทั้งหมด รวมไปถึงการเพิ่มร้านค้า, ร้านอาหาร เพื่อให้สอดรับกับการขยายฐานลูกค้าระดับบี เสริมจากฐานลูกค้าซีและบีเดิม

ไม่เพียงเท่านั้น "ซีคอนสแควร์" ได้ส่งทีมออกแบบสอบถาม นอกจากเพื่อเซอร์เวย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าว่า ต้องการและอยากเห็นสิ่งใหม่ ๆ อะไรบ้างแล้วนั้น ยังเป็นการสร้างความมั่นใจว่า "ซีคอน สแควร์" ยังเป็นศูนย์ในใจของกลุ่มลูกค้าย่านนี้อยู่หรือไม่

สอดคล้องกับผลสำรวจที่ออกมาจากลูกค้า "ซีคอนสแควร์" ยังเป็นตัวเลือกแรกที่ลูกค้าจะมาด้วยสัดส่วน 34% ควบคู่กับ จุดขายที่สำคัญคือ พื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดและสินค้า-บริการที่ครบและหลากหลาย เมื่อต้องแข่งขันกับบรรดาผู้ประกอบการใหม่ ๆ ที่เข้ามา

การปรับตัวของผู้ประกอบการไม่เพียงเพื่อรับมือกับการแข่งขันรอบใหม่ที่ดุเดือดและเข้มข้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุน รีโนเวตศูนย์เพื่อยกระดับให้พรีเมี่ยมขึ้น สอดคล้องกับกลุ่มทาร์เก็ตที่พักอาศัยในพื้นที่ย่านกรุงเทพฯตะวันออก ซึ่งจะเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมามีการขยายตัวของลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผลจากการเพิ่มของจำนวนโครงการหมู่บ้านจัดสรรในระดับราคาปานกลาง-ราคาสูง รวม ๆ แล้วกว่า 70 โครงการ และกว่า 43% ของกลุ่มสำรวจมีรายได้ต่อครัวเรือนมีสูงกว่า 5 หมื่นบาทต่อเดือน และมีครอบครัวถึง 2.8 หมื่นครอบครัว มีรายได้สูงกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน

ที่สำคัญทาร์เก็ตในพื้นที่นี้มีความหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มครอบครัว วัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน จนถึงผู้สูงอายุ รวมถึงชาวต่างชาติที่พักอาศัยอยู่ในละแวกบางนา-ตราด และนิคมอุตสาหกรรมตะวันออก อาทิ ไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน ชาวยุโรป

จึงไม่แปลกที่พื้นที่กรุงเทพฯตะวันออกได้กลายเป็นศึกค้าปลีกที่เต็มไปด้วยบรรดา กลุ่มทุนใหญ่ที่ย้ายสมรภูมิจากใจกลางเมืองมาสู่ชานเมืองตลอดเส้นบางนา-ศรีนครินทร์-พัฒนาการ

No comments:

Post a Comment

LinkWithin

Related Posts with Thumbnails