Thursday, April 26, 2012
MEGA BANGNA อัดอีเวนต์200 ล้าน
Wednesday, January 11, 2012
INDIA LETS STARBUCKS,IKEA OPEN STORES IN RETAIL REVERSAL
Saturday, January 7, 2012
RETAILERS EXPRESS OPTIMISM IN 2012 AND EXPANSION PLANS
![]() |
| CentralPlaza Chiangrai, which opened its doors on March 30 last year. Photo Source: Bangkok Post |
Monday, December 26, 2011
Top 20 Most Valuable Global Retail Brands 2011
ถ้าขยันและมีคนสนใจจะแปลรายงานในหัวข้อที่น่าสนใจนะครับ
Friday, December 9, 2011
8 กิโลเมตร 7 แบรนด์ศูนย์เฟอร์นิเจอร์
![]() |
| Story & Photo Source: http://www.positioningmag.com |
Thursday, December 8, 2011
BANGNA MALL RACE PICKING UP STEAM WITH NEW ENTRANT
Saturday, November 5, 2011
IKEA GRAND OPENING PHOTO
Thursday, November 3, 2011
ยักษ์เฟอร์นิเจอร์สวีเดน IKEA ยันเปิดแน่ 3พ.ย.ที่บางนา คาดสาวกแห่ใช้บริการเพียบ
![]() |
| Photo Source : http://www.skyscrapercity.com/ |
Thursday, September 29, 2011
SF TO DOUBLE LEASING SPACE
![]() |
| The Promenade |
Saturday, September 24, 2011
SB INDEX เปิดเกมรุกรับน้องใหม่ IKEA
Thursday, August 18, 2011
แม่ทัพ "ลาเซีย เชอร์ล็อก" เปิดยุทธศาสตร์ IKEA ประเทศไทย "วันแรกที่เปิด เราอยากเห็นลูกค้ามาต่อคิว
Saturday, May 14, 2011
IKEA TO HIRE 500 JOBS
Tuesday, February 8, 2011
เฟอร์นิเจอร์ไทยชักธงรบ IKEA 3 ค่ายดังทุ่มงบตลาดไม่อั้น ย้ำแบรนด์เจ้าถิ่น
Monday, January 10, 2011
เปิดพื้นที่"ค้าปลีก"ใหม่6แสนตร.ม. "ROBINSON"ร่วม"MEGA BANGNA"ลุยโมเดลห้างขนาดย่อม
Thursday, October 28, 2010
โรดแมป INDEX LIVING MALL สู้ศึกเฟอร์นิเจอร์
| กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด |
Monday, October 25, 2010
CENTRAL กางโรดแมป 'โฮมเวิร์ค-ไทวัสดุ' ไต่เพดานบิน... 2 ปีดับเบิลสาขาเท่าตัว
| สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ |
Wednesday, October 20, 2010
CRC POWER RETAIL SEEK 100% GROWTH
| Suthisarn Chirathivat, President for CRC Power Retail Co., Ltd. and Power Buy Ltd. |
Thursday, September 16, 2010
Carrefour's Makeover Plan: Become IKEA of Groceries
By CHRISTINA PASSARIELLO
Tuesday, August 24, 2010
IKEA ไทยแลนด์จะเป็นนัมเบอร์ 1
ในที่สุดวันที่ "อิเกีย" (IKEA) เมกะสโตร์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งยักษ์ใหญ่สัญชาติสวีเดน ที่มียอดขาย (ก่อนหักภาษี) ในปีที่ผ่านมา 22,700 ล้านยูโร เบิกฤกษ์ประกาศความพร้อมเปิดให้บริการเมกะสโตร์สาขาแรกในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อโครงการ "เมกา บางนา" (Mega Bangna) บนที่ดินผืนใหญ่ 254 ไร่ ติดถนนบางนา-ตราด ก.ม.8
โดยกำหนดเปิดบริการในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2554 ซึ่งเลื่อนขึ้นเร็วกว่าเดิมเล็กน้อย จากเดิมที่ตั้งใจจะเปิดบริการวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 (11-11-2011)
การเข้ามาลงทุนในเมืองไทยครั้งนี้ลงทุนผ่าน "อิคาโน่" (IKANO) บริษัทลูกของ "อินเตอร์ อิเกีย ซิสเต็ม" ที่ได้รับสิทธิ์แฟรนไชส์ 3 ประเทศ ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย ตัดสินใจจับมือกับ "สยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์" ยักษ์ใหญ่คอมมิวนิตี้มอลล์เมืองไทย และ "เอส.พี.เอส.โกลเบิลเทรด" (กลุ่ม ส.ประภาศิลป์) ในฐานะซัพพลายเออร์หลักในประเทศไทย ร่วมทุนในนามกิจการร่วมค้า "เอสเอฟ ดีเวลอปเมนท์" ในสัดส่วนถือหุ้น 49 : 49 : 2 ตามลำดับ
โครงการนี้ใช้งบฯลงทุนสูงถึง 12,000 ล้านบาท มีพื้นที่โครงการรวมกว่า 400,000 ตารางเมตร ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่อิเกียสโตร์ 40,000 ตารางเมตร พื้นที่ให้เช่ากว่า 200,000 แสนตารางเมตร ส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่จอดรถ 8,000 คัน และอื่น ๆ
ล่าสุดอิเกียได้จัดงานเปิดตัวผู้เช่าพื้นที่หลักอย่าง "โฮมโปร-เมเจอร์-บิ๊กซี" รวม 90,000 ตารางเมตร และเซ็นสัญญากู้เงินจากแบงก์ไทยพาณิชย์และกสิกรไทยจำนวน 6,500 ล้านบาท โดยมี "ทอม ฮูเซล" กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิคาโน่ จำกัด ในฐานะคีย์แมนอิเกียให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงแผนธุรกิจที่วางไว้
- เป้าหมายอิเกียสาขาแรก
ถ้าในแง่จำนวนคนเข้ามาสโตร์ เราคาดหวังว่าจะสามารถเป็น "อันดับ 1" ได้โดยปัจจุบันสโตร์ที่มีจำนวนลูกค้าเข้าร้านสูงสุด 3 อันดับแรก คือ 1) เมืองปักกิ่ง ประเทศจีน 6 ล้านคนต่อปี 2) เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ประมาณ 5.9 ล้านคนต่อปี และ 3) เมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย 5.8 ล้านคนต่อปี เชื่อว่าในเมืองไทยน่าจะมีจำนวนลูกค้าเข้าร้านไม่น้อยกว่าที่เมืองกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย และสามารถขยับขึ้นมาเป็น อันดับ 1 ได้ในอนาคต
เพราะในช่วงที่ผ่านมา เอเชียเป็นโซน ที่กำลังซื้อขยายตัวเฉลี่ยสาขาของอิเกียในเอเชียมีอัตราลูกค้าเข้าร้านเติบโตกว่า 2 หลัก หรือมากกว่า 10% ขึ้นไปต่อปี
- ศักยภาพตลาดเมืองไทย
อิเกียสาขาแรกในเมืองไทยเมื่อแล้วเสร็จจะกลายเป็นสโตร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโครงการเมกา บางนาเป็นรูปแบบการลงทุนขนาดใหญ่ มีอิเกียสโตร์ที่รายล้อมด้วยพื้นที่เช่าแบบ "คลัสเตอร์" ซึ่งเหมาะกับเมืองขนาดใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ประกอบกับโดยไลฟ์สไตล์กรุงเทพฯเชื่อว่าเป็นเมืองแฟชั่นมากกว่ากัวลาลัมเปอร์อีก
โมเดลแบบนี้เป็นลักษณะเดียวกับที่อิเกียลงทุนในรัสเซีย และประเทศในแถบยุโรปตะวันออก ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดีเพราะสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการดึงลูกค้าที่อยู่ไกลออกไปในรัศมี 50-120 กิโลเมตร ครอบคลุมจังหวัดใกล้เคียงชลบุรี สระบุรี และสมุทรสาคร
สำหรับพฤติกรรมคนไทยที่ไม่คุ้นเคย กับเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งแบบ ดี.ไอ.วาย. (Do it Yourself) หรือซื้อไปประกอบเองในช่วงที่เปิดสโตร์ในประเทศต่าง ๆ เช่น สิงคโปร์ จีน อเมริกา หรือแม้แต่สวีเดน ตอนแรกก็คิดเรื่องนี้เหมือนกัน แต่หลังจากเปิดบริการแล้วกลายเป็นว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่ชอบสินค้าแบบ ดี.ไอ.วาย. สนุกกับการประกอบสินค้าเอง ข้อดีคือ ขายได้ราคาต่ำกว่าสินค้าแบบเดียวกัน ที่ต้องมีค่าแรงประกอบ 10-20%
- มอง "อินเด็กซ์-เอส.บี." อย่างไร
ทั้ง 2 แบรนด์เป็นแบรนด์ท้องถิ่น ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนเราใช้เวลาศึกษาตลาดมานานทราบอยู่แล้วว่าใครบ้างที่เป็น คู่แข่ง เหมือนในประเทศอื่น ๆ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งมากมาย สำหรับอิเกียก็คือผู้เล่นรายใหม่ที่เข้ามา แชร์ตลาด และข้อดีก็จะตกอยู่กับผู้บริโภคเพราะแบรนด์อื่น ๆ ก็ต้องแข่งขันกับเรา เช่น ลดราคาสินค้าลงมา
- คีย์ซักเซสของอิเกีย
สินค้าบางยี่ห้ออาจขายถูกแต่ฟังก์ชั่นไม่ดี หรือดีไซน์ดีแต่ราคาสูง แต่อิเกียมีครบ ส่วนเรื่องควอลิตี้เราส่งเจ้าหน้าที่ไปควบคุมคิวซีที่โรงงานซัพพลายเออร์ทุกแห่ง ประกอบกับเราอยู่ในธุรกิจนี้มา 40-50 ปี ปัจจุบันเรามีสาขาทั่วโลก 301 แห่ง ใน 36 ประเทศ มีลูกค้าเข้าร้านรวม 660.1 ล้านคนต่อปี ทำให้เรามั่นใจว่าประสบความสำเร็จแน่
- แผนขยายสาขาในอนาคต
เราตั้งเป้าไว้ 3 สาขา ภายใน 10 ปี นับจากนี้โฟกัสเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ จากปัจจุบันเตรียมเปิดสาขาในพื้นที่กรุงเทพฯ โซนตะวันออก เป้าหมายต่อไปเรามองไปที่โซนเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้
ส่วนระยะเวลายังไม่ได้กำหนด ขึ้นอยู่กับผลตอบรับสาขาแรกที่บางนา ภายใต้สมมติฐานว่าในปีแรกที่เปิดบริการ มีลูกค้าเข้าร้านสูงกว่า 5 ล้านคน ก็จะพิจารณาแผนการลงทุนสาขา 2 ต่อทันที
ส่วนในแง่พาร์ตเนอร์เราไม่ได้ปิดกั้น ปัจจุบันมีสยามฟิวเจอร์ฯ และ เอส.พี.เอส. โกลเบิลเทรด สาขาที่ 2-3 อาจเป็นพาร์ตเนอร์รายเดิมหรือมีรายใหม่เข้ามาเสริมก็ได้
Thursday, June 24, 2010
เปิดคอนเซ็ปต์สโตร์ "IKEA" เมกะมอลล์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติสวีเดน
นับถอยหลังอีกประมาณ 1 ปี 5 เดือน ศูนย์จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง "อิเกีย" สาขาแรกในเมืองไทย ภายใต้ชื่อโครงการ "เมกะบางนา" บนที่ดิน 290 ไร่ ริมถนนบางนา-ตราด ก็จะได้ฤกษ์เปิดให้บริการภายในเดือนพฤศจิกายน 2554
ตลาดเมืองไทย "IKANO" มาเอง
กล่าวสำหรับ "อิเกีย" ถือเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชั้นนำจากประเทศสวีเดนก่อตั้งโดย "อิงวาร์ แคมพาร์ด" (Ingvar Kampard) โดยเริ่มเปิดสโตร์อิเกียสาขาแรกในสวีเดนเมื่อปี 1958 มีการเติบโตเป็นลำดับโดยตลาดเอเชียได้รุกคืบเข้ามาเปิดสโตร์สาขาแรกที่ฮ่องกงเมื่อปี 1975
ปัจจุบันมีสาขากว่า 300 แห่ง กระจายอยู่ใน 35 ประเทศทั่วโลก แน่นอนว่าฐานที่มั่นใหญ่คือโซนยุโรปที่มีจำนวนสาขารวมกันใน 25 ประเทศ ส่วนโซนเอเชีย-แปซิฟิกมีการปักหมุดสาขาที่ฮ่องกง ออสเตรเลีย จีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ยอดขาย เมื่อปี 2008 มีมูลค่า 22,000 ล้านยูโร
เพราะฉะนั้น การประกาศเข้ามาลงทุนเปิดสโตร์ในเมืองไทยจึงถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญที่คนในวงการ เฟอร์นิเจอร์ให้ความสนใจเป็นอย่างสูง เพราะเป็นรับรู้กันว่ากลยุทธ์ของอิเกียคือ เฟอร์นิเจอร์บ้านราคาประหยัด "IKEA is founded on a low price offer in home furnishings"
กลับมาดูเรื่องใกล้ตัว "เมกะบางนา" เกิดจากการร่วมทุนของ 3 บริษัทคือ "IKANO" บริษัทแฟมิลี่บิสเนสของตระกูลอิงวาร์ "สยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์" หรือ SF ยักษ์ใหญ่วงการคอมมิวนิตี้มอลล์ และ "ส.ประภาศิลป์" ในฐานะซัพพลายเออร์หลักสัญชาติไทยที่ป้อนสินค้าให้กับ อิเกีย ทั้ง 3 บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49:49:2 ตามลำดับ เมกะดีลนี้ใช้วงเงินลงทุนรวม 13,000 ล้านบาท เป็นส่วนสโตร์อิเกียล้วน ๆ 3,000 ล้านบาท และคอมเพล็กซ์อีก 10,000 ล้านบาท
การลงทุนสโตร์อิเกียในระยะหลัง ทางบริษัทแม่ที่สวีเดนสะสมประสบการณ์ว่าที่ดินแปลงข้างเคียงมีการปรับราคาสูงขึ้น ดังนั้น จากเดิมที่เคยลงทุนแบบ "สแตนด์อะโลน" จึงกลายพันธุ์มาเป็นอิเกียสโตร์+คอมเพล็กซ์ เป็นคอนเซ็ปต์ที่มีกลิ่นอายการพัฒนาที่ดินเข้ามาเกี่ยวข้อง
จุดขาย "อิเกียสไตล์"
สำหรับสโตร์อิเกียแห่งแรกที่บางนา ออกแบบก่อสร้างเป็นอาคาร 2 ชั้น พื้นที่รวม 40,000 ตารางเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับพฤติกรรมเคยชินของลูกค้าคนไทย สิ่งที่อิเกียเวิลด์ไวด์ "ไม่มี" ก็คือ 1.สินค้าน็อกดาวน์ ไม่มีบริการประกอบเฟอร์ฯให้ 2.ถ้าเป็นชิ้นใหญ่จะไม่มีบริการจัดส่ง เพราะอิเกียจะจัดหาบริการให้ลูกค้าเช่า รถแวนเพื่อบรรทุกสินค้ากลับบ้านในลักษณะเทกโฮมด้วยตัวเอง (ลูกค้าขนของและประกอบสินค้าที่บ้านเอง)
ยังไม่นับรวมเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือเรื่อง "เลย์เอาต์" ภายในสโตร์ โดยอิเกียสไตล์คือออกแบบทางเดินเป็น "วันเวย์" ไม่มีการเดินย้อนศร ชมสินค้าแล้วถ้าถูกใจให้หยิบมาเลยและมาจ่ายเงินทีเดียวบริเวณทางออก กรณีเป็นสินค้าชิ้นใหญ่ให้จดรหัสสินค้ามาแจ้งที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน ทางห้างจะขนมาส่งมอบที่จุดจ่ายเงิน
ขณะเดียวกัน เฟอร์นิเจอร์ในสโตร์จะไม่มี "พนักงานขาย" หรือ PC ยืนประจำจุดคอยแนะนำสินค้า แต่ลูกค้าจะต้องทำความเข้าใจสินค้าผ่านเอกสารแนะนำประจำจุดแทน
ในความเป็น "อิเกียสไตล์" จะนำมาใช้ทั้งดุ้น 100% ในตลาดเมืองไทย หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับพฤติกรรมบริโภคคนไทย ก็คงจะต้องเป็นการบ้านของผู้ร่วมทุนอย่าง SF จะนำไปพิจารณา ซึ่งจะว่าไปก็เป็นเรื่องท้าทายดีเหมือนกัน
ตั้งเป้าดึงลูกค้าปีละ 40 ล้านคน
มีคำถามว่า อิเกียมีจุดแข็งตรงไหน คำตอบคงจะเป็นเรื่องสินค้าภายใต้แบรนด์ อิเกียจะมีหลากหลายนับหมื่นไอเทม ตั้งแต่ของชิ้นเล็กอย่างจานรองแก้ว โคมไฟ ไปจนถึงของชิ้นใหญ่อย่างชั้นวาง ตู้เสื้อผ้า โซฟา เฟอร์ฯ เอาต์ดอร์ จุดเด่นคือ ประโยชน์ใช้สอย ดีไซน์ และราคาที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้
ว่ากันว่าเหตุผลที่อิเกียเลือกบางนาเป็นทำเลแรกในการปักธงซึ่งอยู่บริเวณวงแหวนรอบนอก ก็เพื่อรองรับรถเข้าออกเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ถูกนำมาใช้ในทุกประเทศ ดังนั้นอิเกียจึงไม่มีการเปิดสาขาใจกลางเมือง เป้าหมายคือเรียกลูกค้าเข้าห้างวันละ 120,000 คน/วัน หรือปีละ 40 ล้านคน
การเข้ามาของอิเกียไม่เพียงแต่เป็นที่จับตาของคนในวงการเฟอร์นิเจอร์แต่ยังมีปรากฏการณ์ของเว็บไซต์ www.ikeaclubthailand.com ซึ่งสะท้อนว่า แบรนด์ "อิเกีย" น่าจะมีแฟนคลับในเมืองไทยอยู่ไม่น้อยทีเดียว











