Pages

Sunday, July 19, 2009

เซเว่นอีเลฟเว่นทุ่มพันล้านผุด 2 ดีซีใหม่

Glass 7 ElevenImage by mexican 2000 via Flickr


เซเว่นอีเลฟเว่นทุ่มพันล้านผุด 2 ดีซีใหม่ เสริมทัพธุรกิจภาคใต้-ภาคอีสานขึ้นเหนือปี53

7-11 ทุ่มพันล้านสร้าง 2 ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ เสริมทัพธุรกิจทั้งภาคใต้ ที่สุราษฎร์ธานี และภาคอีสานที่ขอนแก่น เล็งลงทุนเพิ่มที่ลำปาง หวังสร้างศูนย์ประจำภาคเหนือในปี 53 มั่นใจลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ เสริมประสิทธิภาพด้านขนส่ง พร้อมดันสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคทั่วถึงยิ่งขึ้น


นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาค (Reginal Distribution Center : RDC) แห่งใหม่ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 90% โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตั้งอุปกรณ์และตกแต่งภายในอาคาร คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดใช้ได้ภายในเดือนกันยายนนี้ โดยดีซีดังกล่าวจะเป็นศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาค ประจำภาคใต้ ครอบคลุมการให้บริการใน 14 จังหวัดภาคใต้





ส่วนการลงทุนศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาค ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะตั้งอยู่ที่จังหวัดขอนแก่นนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2553 ซึ่งจะให้บริการส่งสินค้าให้กับร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในภาคอีสานทั้ง 19 จังหวัด ทดแทนคลังสินค้าในปัจจุบันซึ่งเป็นการเช่า โดยการลงทุนก่อสร้างอาร์ดีซีใช้เงินลงทุนประมาณ 500 ล้านบาทต่อศูนย์ นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนที่จะลงทุนสร้างดีซี แห่งใหม่เพื่อให้ครอบคลุมในทุกภูมิภาคของประเทศ ทดแทนการเช่าคลังสินค้า โดยจะลงทุนทั้งในภาคเหนือ คือที่จังหวัดลำปางอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะสามารถลงทุนได้ในปีหน้าเช่นกัน


สำหรับศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาค จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะสามารถกระจายสินค้าให้กับร้านเซเว่น ที่ตั้งอยู่ในภาคใต้ โดยเริ่มตั้งแต่ที่จังหวัดชุมพร รองรับการให้บริการกระจายสินค้าให้กับร้านเซเว่นทั้ง 600 สาขาในปัจจุบัน และมีประสิทธิภาพสามารถให้บริการขนส่งและกระจายสินค้าได้มากกว่า 1,000 สาขา อย่างไรก็ดี การจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าขึ้นในภูมิภาคต่างๆ จะช่วยทำให้ต้นทุนในด้านการบริหารจัดการโลจิสติกส์ลดลง อีกทั้งยังรักษาคุณภาพ ความสดใหม่ของอาหาร และทำให้มีสินค้าวางจำหน่ายได้ตรงตามที่ลูกค้าต้องการ ขณะที่ผู้ผลิตเองก็มีความสะดวกสบายในการจัดส่งสินค้าด้วย


ปัจจุบันเซเว่น ถือเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกที่มีความชำนาญในด้านการบริหารจัดการในอันดับต้นของประเทศ โดยมีศูนย์กระจายสินค้าในรูปแบบต่างๆ ทั้ง ศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาค (Regional Distribution Center : RDC) ทำหน้าที่กระจายสินค้าทั้งอาหารสด และอาหารแห้ง รวมถึงสินค้าในชีวิตประจำวัน ศูนย์กระจายสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Chilled Distribution Center : CDC) สำหรับกระจายสินค้าที่ต้องการอุณหภูมิ 18-25 องศา เช่น ช็อกโกแลต นม เนื้อสัตว์ สินค้าปรุงสำเร็จ ปัจจุบันมี 4 แห่ง คือ บางบัวทอง ขอนแก่น เชียงใหม่ และสุราษฎร์ธานี


ศูนย์กระจายสินค้าเบเกอรี่ (Bakery Distribution Center : BDC) สำหรับกระจายสินค้าเบเกอรี่ ซึ่งปัจจุบันผลิตอยู่ภายใต้แบรนด์ เลอแปง และยูริ และศูนย์กระจายสินค้าสิ่งพิมพ์ (Publication Distribution Center : PDC) สำหรับกระจายสินค้าประเภทสิ่งพิมพ์ ซึ่งมีทั้งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร พ็อกเกตบุ๊ก โดยระบบการกระจายสินค้าแต่ละศูนย์จะแตกต่างกันไปตามประเภทของสินค้า เช่น ศูนย์กระจายสินค้าสิ่งพิมพ์ เบเกอรี่ และของสด จะมีการกระจายสินค้าที่อาศัยความรวดเร็ว เพราะเป็นสินค้าที่เชลฟ์ไลต์สั้น ต่างจากสินค้าประเภทอื่นๆ


อย่างไรก็ดี ปัจจุบันศูนย์กระจายสินค้าที่มีอยู่สามารถให้บริการกระจายสินค้าให้กับร้านเซเว่น ได้ 5,200 สาขา ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนสาขาที่มีอยู่ขณะนี้ การลงทุนดีซีใหม่จึงต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้ทันกับการขยายสาขาที่จะมีมากขึ้นในอนาคต




Reblog this post [with Zemanta]

คีย์ซักเซส...โลตัส "พลัส" อีเวนต์-ยืดหยุ่น-ครบ-โดน

TescoImage via Wikipedia


ความท้าทายของธุรกิจค้าปลีก นอกจากจะต้องแข่งขันกันในเรื่องทำเลและการนำเสนอสินค้าบริการให้โดนใจลูกค้าแล้ว การสร้างโมเดลใหม่ๆ เพื่อรองรับตลาดที่หลากหลาย ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจในภาวะที่ลูกค้าอยากเก็บเงินมากกว่าจับจ่าย

"วีณา อรัญญเกษม" ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารพื้นที่เช่าและสื่อโฆษณา บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหารเทสโก้ โลตัส กล่าวถึงโมเดลล่าสุดของเทสโก้ โลตัส ที่มีชื่อว่า "พลัส ช็อปปิ้ง มอลล์" ว่า หลังจากเปิดตัวได้ครึ่งปี พบว่าพลัสฯเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จ โดยในส่วนของร้านถาวรมีผู้เช่าเต็มหมด 100% หรือกว่า 140 ร้านค้า

"วีณา" เฉลยเคล็ดลับว่า มีปัจจัยหลักจากการนำเสนอสิ่งที่ลูกค้าในพื้นที่ต้องการ ชนิดที่เรียกว่า "ครบและโดน" โดย 90% ของผู้เช่าเป็นร้านที่ลูกค้าอยากได้ รวมถึงการอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่จอดรถ หรือการวางเลย์เอาต์พื้นที่ให้ลูกค้าสามารถหาสินค้าได้ง่าย และที่ขาดไม่ได้คือความ "อินเทรนด์"





"คำว่าอินเทรนด์ เป็นที่มาให้เราต้องจัดอีเวนต์ทุกเดือน เพื่อตอบสนองกลุ่ม Teenager กับ Young Adult ที่ผ่านมาได้ร่วมเป็นสปอนเซอร์ให้กับวงดนตรีเกาหลี เช่น วันเดอร์สเกิร์ล ทูพีเอ็ม ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี วัดจากกระแสบอกต่อผ่านเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ต"


"วีณา" กล่าวเสริมด้วยว่า การใช้คำว่าอินเทรนด์ สามารถตีความได้กว้างไม่ได้ จำกัดเฉพาะเรื่องความบันเทิง ดนตรี หรือกีฬา แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามยุคสมัย


การทำอีเวนต์ของพลัสฯไม่ได้อาศัยความยิ่งใหญ่ แต่ต้องเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสร้าง แบรนด์ในช่วง 2 ปีแรก ที่มุ่งใช้การจัด อีเวนต์เพื่อให้เกิดการบอกต่อปากต่อปาก


"การทำอีเวนต์เรียกลูกค้า ไม่ได้หมายความว่าเราต้องการแข่งกับห้างอื่นๆ แต่อยากให้ประชากรในพื้นที่ชื่นชอบแบรนด์พลัสฯให้สอดคล้องกับโพซิชันนิ่งที่ว่าสารพันความสุขใกล้ตัว โดยดีไซน์ให้อีเวนต์แต่ละครั้งตอบสนองกลุ่มเป้าหมายต่างกัน เช่น อีเวนต์สำหรับเด็ก ผู้ใหญ่ และวัยรุ่น"


ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้พลัสศรีนครินทร์สามารถเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าทั้งในกลุ่มเดิมที่เป็นแมสและกลุ่มใหม่ที่อยู่ในระดับบีบวกได้อย่างสบายๆ


ในเร็วๆ นี้พลัสฯยังจะมีสาขาใหม่ๆ ที่เปิดตัวเพิ่มขึ้นอีก


สิ้นเดือนตุลาคมนี้ เทสโก้ฯมีเแผนเปิดพลัส ช็อปปิ้ง มอลล์ อีกแห่ง ที่อมตะนคร จังหวัดชลบุรี มีคอนเซ็ปต์ใกล้เคียงกับที่ศรีนครินทร์ แต่ไซซ์ไม่ใหญ่เท่า บนพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ว่างเปล่า กลุ่มเป้าหมายหลักเป็นพนักงานในโรงงาน จำนวนกว่า 90,000 คน รวมถึงกลุ่มที่สัญจรไปมาในละแวกนั้น ใช้เงินลงทุน 400-600 ล้านบาท


แมกเนตสำคัญที่จะดึงคนเข้า ได้แก่ การให้พื้นที่กับกลุ่มอาหาร 50% นอกจากนี้ยังมีโรงหนังเมเจอร์ฯ เอาต์ดอร์พลาซ่า ที่ขายสินค้าแฟชั่น ซึ่งจะแบ่งได้เป็น 5 โซน


"คนในพื้นที่ต้องการสถานที่พักผ่อนอย่างร้านอาหาร สถานบันเทิง แต่ที่ผ่านมาต้องเดินทางไปไกลถึงตัวเมืองชลบุรี เราจึงวางแผนให้พลัสฯ สาขาอมตะนคร เป็นเหมือน town center ที่สามารถตอบสนองความต้องการคนในพื้นที่ได้อย่างถูกจุด"


ปีหน้า บริษัทยังมีแผนเปิดพลัสฯสาขาใหม่ๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องพื้นที่ จากประสบการณ์การเปิดพลัสฯสาขาแรก และการทำวิจัยในพื้นที่แถบอมตะนคร ทำให้พบว่าการทำโมเดลพลัสฯในกรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นเรื่องยาก เนื่องจากการแข่งขันสูง ส่วนพื้นที่ในต่างจังหวัด กำลังซื้อกับทราฟฟิกลูกค้า ก็จะน้อยเกินไป



ปีต่อๆ ไป เทสโก้ฯยังมีแผนรีโนเวตบางสาขา และหาพื้นที่ใหม่ๆ เพื่อรุกโมเดลพลัส


เมื่อถามถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ "วีณา" ตอบว่า เศรษฐกิจอย่างนี้ หากทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ก็พอใจแล้ว ที่สำคัญตอนนี้คือการโฟกัสที่ไตรมาสสุดท้าย ซึ่งเป็นหน้าขายหลักของปี ต้องพยายามช่วยเหลือผู้เช่าให้สามารถค้าขายได้ หรือถ้า ไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องหมุนเวียนร้านใหม่ๆ เข้ามา เพราะพื้นที่ 100% เป็นพื้นที่เช่าทั้งหมด จึงสามารถปรับเปลี่ยนได้


ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารพื้นที่เช่าและสื่อโฆษณากล่าวในตอนท้ายว่า "การเปิดพลัสฯสาขาใหม่ๆ คงต้องศึกษาบทเรียนจากสาขาเก่าต่อไป อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยังเชื่อว่าการมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ต่างๆ ได้มากกว่าโมเดลอื่นๆ"



Reblog this post [with Zemanta]

Monday, June 29, 2009

ตั้งปตท.บริการธุรกิจค้าปลีก บริหาร"คน"ทำงานปั๊ม-JIFFY


ตั้งปตท.บริการธุรกิจค้าปลีก บริหาร"คน"ทำงานปั๊ม-JIFFY

ปตท.-จิฟฟี่ ยอดขายพุ่ง PTTRM สั่งบริษัทลูก ปตท.บริการธุรกิจค้าปลีก (PTTRS) รับคนเพิ่ม



นายกฤษณะพล โกมลบุณย์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด หรือ PTTRM กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ภายหลังจากที่ได้ซื้อร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ (Jiffy) จากบริษัท โคโนโค่ ฟิลิปส์อย่างเป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้ ขณะนี้จึงต้องเร่งรับพนักงานเข้ามาเสริมให้การบริการ กับลูกค้ามากขึ้นภายในร้านสะดวกซื้อ จิฟฟี่ โดยขณะนี้บริษัท ปตท.บริการธุรกิจค้าปลีก จำกัด หรือ PTTRS



ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก รับพนักงานเพิ่มกว่า 30 คน เพื่อกระจายไปยังสถานีบริการน้ำมัน ปตท.-จิฟฟี่ทั้ง 146 แห่ง ปัจจุบันมีพนักงานทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 4,000 คน การรับเข้ามาเพิ่มเติมครั้งนี้เพื่อไว้รองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากนี้การที่เปิดร้านจิฟฟี่ เอ็กซ์เพรส (Jiffy Express) ทดลองแห่งแรกที่สถานีบริการน้ำมันบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ก.ม.28 ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจึงมีแผนที่จะขยายไปยังสถานีบริการสาขาอื่นเช่นกัน




"PTTRS เป็นบริษัทลูกของเราที่ PTTRM ถือหุ้น 100% ซึ่งเดิมก็คือ บริษัทเจ็ท จิฟฟี่ แอนด์ช็อป (JET & Jiffy Shop) จะเข้ามาช่วยในการบริหารเด็กปั๊มหน้าลาน พนักงานทั้งในร้าน Jiffy และ Jiffy Express การให้ PTTRS ดูแลจะมีความคล่องตัวมากกว่าที่เราจะทำเอง ในช่วงที่ผ่านมา พนักงานบางส่วนลาออกค่อนข้างเยอะ บางคนเมื่อได้เงินก้อนไปก็ลาออก จึงต้องมาหาคนเพิ่ม เพราะปั๊มเราใหญ่และการทำงานก็แบ่งเป็น 3 กะ จึงต้องรับคนมา รองรับการขยายตัวมากขึ้น"



นายกฤษณะพลกล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ ปตท.ซื้อกิจการสถานีบริการน้ำมันเจ็ท (JET) จากบริษัทโคโนโค่ ฟิลิปส์ ด้วยมูลค่า 9,750 ล้านบาท เพื่อมาบริหารจัดการเองตั้งแต่ปี 2550 ทำให้ยอดจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการ ปตท.-จิฟฟี่ ทั้ง 146 แห่ง มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ 15-20 จากเดิมที่จำหน่ายอยู่ 560,000 ลิตร/เดือน/ แห่ง เป็น 680,000 ลิตร/เดือน/แห่ง




Reblog this post [with Zemanta]

โรบินสันเร่งปรับสาขาเพิ่มฐานลูกค้า

โรบินสันเร่งปรับสาขาเพิ่มฐานลูกค้า


นางสาวสิรินิจ โชคชัยฤทธิกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการตลาด บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทวางงบฯ 20 ล้านบาทสำหรับรีโนเวตสาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ให้เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ครบวงจรภายใต้คอนเซ็ปต์ Shopping Street พร้อมกับได้เพิ่มพื้นที่ขาย 25% เพื่อสร้างความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้า ซึ่งจากการสำรวจพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าย่านนี้พบว่ากว่า 20% ของฐานลูกค้าและยอดขายมาจากกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงานและครอบครัวใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัย ตามกระแสแฟชั่น และมีกำลังซื้อที่ดี โดยคาดว่าจะดึงลูกค้าเข้ามาเพิ่ม 80,000 คนต่อวัน และมีฐานลูกค้าใหม่และลูกค้าเดอะวันการ์ดเพิ่มขึ้นกว่า 20%




Wednesday, June 24, 2009

มัดใจสไตล์ "วิลล่า มาร์เก็ท" "ใครเข้าถึงลูกค้ามากที่สุด...ก็ได้ใจลูกค้าไป"


"วิลล่า มาร์เก็ท" อาจจะ "โลว์โปรไฟล์" และไม่ค่อยเป็นข่าวนัก แต่จากการเติบโตและการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าที่มีมาตลอด 35 ปีแล้ว ซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติไทยรายนี้เรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าใครเลยทีเดียว



และดูเหมือนจะยิ่งขยายตัวไปเรื่อยๆ ไม่เพียงกลุ่มลูกค้าคนกรุงในย่านดาวน์ทาวน์เท่านั้นที่สมัครเป็นแฟนพันธุ์แท้ แต่ "วิลล่า มาร์เก็ท" ยังได้เริ่มขยายธุรกิจออกสู่ต่างจังหวัดด้วยแล้ว ตามเสียงเรียกร้องของลูกค้าที่รู้จักและคุ้นเคย โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนของกลุ่มลูกค้าระดับบน



 




"ประชาชาติธุรกิจ" ได้สัมภาษณ์ "โสภิศ ภูสนาคม" กรรมการบริหาร ร้าน ซูเปอร์มาร์เก็ต วิลล่า มาร์เก็ท "คุณเจี้ยบ" ออกตัวว่าไม่ได้เงียบหายไปเสียทีเดียว ที่ผ่านมาก็มีกิจกรรมและทำตลาดกับลูกค้าตลอด เพียงแต่อยู่ในวงเฉพาะกลุ่ม มีกิจกรรมหรือแคมเปญอะไรลูกค้าก็จะบอกปากต่อปากกันไปมากกว่า ที่ผ่านมาร้านยังไม่มีอะไรที่หวือหวา



พร้อมกันนี้ "คุณเจี๊ยบ" ยังสะท้อนภาพการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกอาหาร ว่า ปัจจุบันมีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งหน้าใหม่-หน้าเก่า กลุ่มโลคอแบรนด์และอินเตอร์ แบรนด์ ล้วนต้องการเข้ามาช่วงชิงลูกค้าและยอดขายมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นธรรมดาของการแข่งขัน



ซึ่งจุดแข็งของวิลล่า มาร์เก็ทคือการให้ความสด ใหม่ คุณภาพดี มีสินค้าครอบคลุมทุกอย่างที่ลูกค้าอยากได้



การแข่งขันทำให้ทุกคน ทุกค่ายต่างต้องหาจุดยืนและเลือกเอกลักษณ์ที่สะท้อนความเป็นตัวเองเพื่อสู้กันให้ได้



แต่ถ้าใครสามารถเข้าถึง consumer need ได้มากที่สุดคนนั้นก็ได้ใจลูกค้าไป



เช่นเดียวกับภาพของการขยายสาขาที่วิลล่า มาร์เก็ท ยังคงต้องเดินหน้าต่อเนื่อง "คุณเจี๊ยบ" บอกว่าปีนี้จะเพิ่มอีก 3 แห่ง คือ เกษตร-นวมินทร์ ในโครงการของสยามฟิวเจอร์ฯ, ภูเก็ต และราชพฤกษ์ จากที่มี 14 สาขาในปัจจุบัน



ขณะเดียวกันก็ได้เริ่มเข้าไปปักธงสาขาในต่างจังหวัด โดยนำร่องที่หัวหิน ภูเก็ต และพัทยา ก่อนจะขยายไปสู่จังหวัดอื่นๆ อีกในสเต็ปถัดไป



"แม้ว่าเราจะโฟกัสพื้นที่ในกรุงเทพฯมาตลอด แต่ถ้าถามว่าครอบคลุมลูกค้าครบพื้นที่แล้วรึยัง ตอบเลยว่ายัง กรุงเทพฯยังเป็นโอกาสการเติบโตของเราอีกมาก มีดีมานด์ของลูกค้าอีกเยอะที่เรายังเข้าไปไม่ถึง"



ด้วยโพซิชันนิ่งของ "วิลล่า มาร์เก็ท" ที่จับกลุ่มลูกค้าระดับบน ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยและทำงานในไทย ปัญหาเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ทำให้ใครต่อใครปวดหัว กลับไม่มีผลต่อยอดสเปนดิ้งของร้านซูเปอร์สายพันธุ์ไทยรายนี้



ด้วยเหตุผลที่ว่ากลุ่มสินค้าอาหารเป็น สิ่งที่ลูกค้าไม่ยอมประหยัด แต่ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งอาจมีพฤติกรรมในแง่ของการลดการทานนอกบ้าน การเที่ยวนอกบ้าน เมื่ออยู่บ้านมากขึ้นก็เลือกจะหาความสุขภายในบ้านและทำอาหารทานกันเอง ที่สำคัญลูกค้าวิลล่า มาร์เก็ทมีกำลังซื้อและเลือกที่จะซื้อสินค้าที่คุณภาพดี ไม่เกี่ยงราคา เน้นความสดใหม่ และสินค้าสำเร็จรูปนำเข้าจากต่างประเทศที่มีความหลากหลาย มีทุกอย่างที่อยากได้



ล่าสุด "วิลล่า มาร์เก็ท" ได้เปิดตัวร้าน The Gastro Cooking Studio by Villa Market กลางซอยสุขุมวิท 31 สาขาเรือธงในการสร้างยอดขาย



เมื่อมองผิวเผินคุกกิ้ง สตูดิโอนี้อาจเป็นเหมือนคอร์สสอนทำอาหารทั่วไป แต่วิลล่า มาร์เก็ทเติมความพิเศษและสร้างความแตกต่างให้ร้านเดอะ แกสโทรฯเป็นมากกว่านั้น



"คุณเจี๊ยบ" เล่าว่า การเปิดร้านเดอะ แกสโทรฯเป็นไอเดียขอคุณพ่อ (สุรพงศ์ ภูสนาคม-ซีอีโอ) ที่อยากเปิดคุกกิ้งคอร์สมานานแล้วเพื่อตอบแทนลูกค้าและจะได้มีกิจกรรมต่างๆ ทำร่วมกัน รวมทั้งเป็นการต่อยอดธุรกิจอีกอย่างหนึ่งด้วย



วิลล่า มาร์เก็ทต้องการจะให้คุกกิ้งสตูดิโอนี้แตกต่างจากที่อื่นๆ ซึ่งจะเป็นคอร์สสั้นๆ ที่รองรับเพียง 30-40 คน เน้นอาหารไทยและนานาชาติโดยเฉพาะลูกค้าที่ชื่นชอบอาหารและไวน์ ที่สำคัญยังได้ดึง "โอบอุ้ม จูตระกูล" หรือ "มินี่ ซี" "เซเลบริตี้เชฟ" ที่มีชื่อเสียงในแวดวงและเชี่ยวชาญในเรื่องอาหารมาเป็นที่ปรึกษา และเชฟกิตติมศักดิ์ให้กับเดอะ แกสโทรฯ



"แกสโทร แปลว่า อาหารการกินอยู่แล้ว และเป็นชื่อที่สื่อตรงถึงวิลล่า มาร์เก็ท ด้วย จึงอยากให้สตูดิโอนี้เป็นรูปแบบคุกกิ้งเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คนที่ชอบเหมือนกันมาเจอกัน"



ที่นี่ไม่เพียงแต่จะเป็นสตูดิโอสอนทำอาหารเท่านั้น แต่ลูกค้ายังสามารถเข้ามาทำกิจกรรมหรือใช้พื้นที่ทำอีเวนต์ต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำกิจกรรมเฉพาะในกลุ่มเพื่อนๆ ครอบครัว รวมถึงเป็นแหล่งนัดพบสังสรรค์กันในกลุ่มเพื่อนๆ และเดอะ แกสโทรฯจะเปิดที่สาขาสุขุมวิท 31 แห่งเดียว เพื่อเป็นจุดรวมการพบเจอของลูกค้าทุกสาขาของวิลล่า มาร์เก็ท



ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเคล็ดลับมัดใจลูกค้าตลอด 35 ปี ของ "วิลล่า มาร์เก็ท" ซูเปอร์มาร์เก็ตสายพันธุ์ไทย




ทุนใหม่-เก่าแห่ลุยคอมมิวนิตี้มอลล์ "ปัญญา-จุฬางกูร-อินเตอร์แฟค"รับดีมานด์ทะลัก


กลุ่มทุนเก่า-ใหม่ดาหน้าบุกคอมมิวนิตี้มอลล์ "ปัญญา ควรตระกูล" คัมแบ็ก ซุ่มเงียบเปิด "ปัญญาวิลเลจ" ยึดทำเลทองบนถนนรามอินทรา ก.ม.9 เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการกรกฎาคมนี้ เผยดีมานด์เหลือเฟือ ร้านค้าหาพื้นที่ขยายสาขา-ผู้บริโภคเน้นสะดวกสบายใกล้บ้าน ชุมชนใหม่-ชานเมืองทำเลฮอต



นอกจากการทยอยเปิดตัวโครงการ คอมมิวนิตี้มอลล์ของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีมาเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นค่ายสยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ (เอสเอฟ) ที่จะเปิดสาขาเกษตร-นวมินทร์ เฟสแรก ในต้นเดือนกรกฎาคมนี้ หรือเซ็นทรัล รีเทล คอร์เปอเรชั่น (ซีอาร์ซี) ที่จะเปิดโฮมเวิร์ค สาขาราชพฤกษ์ ในปลายเดือนนี้ และถัดไปก็จะเป็นโฮมเวิร์ค ศรีนครินทร์






ขณะนี้ยังมีผู้ประกอบการจากหลากหลายธุรกิจที่กำลังจะกระโดดเข้ามาในธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง




ปัญญาวิลเลจยึดทำเลทองรามอินทรา



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เร็วนี้ๆ กลุ่มปัญญาพร็อพเพอร์ตี้ ของนายปัญญา ควรตระกูล นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่มี แลนด์แบงก์อยู่ในมือมาก ซึ่งที่ผ่านมาได้ชะลอการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์มาประมาณ 4-5 ปี ได้กลับคืนสู่วงการอีกครั้ง โดยเตรียมจะเปิดโครงการคอมมิวนิตี้มอลล์ในชื่อของปัญญาวิลเลจ ที่ถนนรามอินทรา ก.ม.9 เพื่อจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นกลุ่มครอบครัวในย่านดังกล่าว



จากเดิมที่กลุ่มนี้จะเน้นเฉพาะโครงการบ้านจัดสรรระดับบน และสนามกอล์ฟ



จากการสอบถามไปยังโครงการปัญญา วิลเลจ บริษัท ปัญญาพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้รับการชี้แจงว่า บริษัทได้เปิดโครงการคอมมิวนิตี้มอลล์ดังกล่าวมาตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และมีแผนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้



โดยภายในโครงการจะมีทั้งซูเปอร์ มาร์เก็ต ร้านอาหาร ร้านเสริมความงาม สปา โรงเรียนกวดวิชา สถาบันสอนภาษา ภายใต้คอนเซ็ปต์ "แหล่งรวมความสุขใกล้บ้านคุณ"



ทั้งนี้โครงการปัญญาวิลเลจ อยู่ห่างจากศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ประมาณ 1-2 กิโลเมตร แบ่งอาคารให้บริการเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นพื้นที่เช่าสำหรับร้านต่างๆ มีลักษณะเป็น 2 อาคารที่ชั้นบนเชื่อมต่อกัน ขณะนี้ชั้นล่างดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชั้นบนอยู่ระหว่างการตกแต่ง



ชั้นล่างเป็นร้านที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ อาทิ เคเอฟซี พิซซ่าสกูซี่ เย็นตาโฟคอร์เนอร์ ร้านอาหารต่างประเทศ แว่นกรุงไทย ธนาคารกรุงไทย เดลี่ฟาร์ม ร้านหนังสือ ร้านขายยา ร้าน Ka-nom ฯลฯ ส่วนที่ 2 เป็นพื้นที่ของซูเปอร์มาร์เก็ต แม็กซ์แวลู ร้านขนมปังยามาซากิ ส่วนพื้นที่ชั้นบน หลักๆ เป็นโรงเรียนกวดวิชา ร้านสุขภาพความงาม คลินิก ร้านขายสินค้าตกแต่งบ้าน ฯลฯ



ผู้บริหารระดับสูง บริษัท อิออน ไทยแลนด์ จำกัด ผู้บริหารซูเปอร์มาร์เก็ต แม็กซ์แวลู กล่าวว่า บริษัทได้เปิดให้บริการในโครงการปัญญาวิลเลจมาตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ายอดซื้อโดยเฉลี่ยต่อบิลของสาขานี้สูงกว่าสาขาอื่นๆ มาก เนื่องจากโครงการนี้อยู่ใกล้ที่พักอาศัยที่มีกำลังซื้อ






เผยความต้องการเพียบ



แหล่งข่าวจากวงการค้าปลีกกล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันคอมมูนิตี้มอลล์ยังเป็นธุรกิจที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ประกอบการในหลายๆ ธุรกิจที่ต้องการจะเข้ามาลงทุนมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงในแง่ของดีมานด์หรือความต้องการของผู้ประกอบการร้านค้าปลีกต่างๆ ที่ต้องการ จะหาพื้นที่หรือทำเลในการเปิดสาขาเพิ่ม



เนื่องจากปัจจุบันศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่เปิดใหม่มีไม่มากนัก ที่สำคัญศูนย์เหล่านั้นคิดีค่าเช่าที่สูง จึงเป็นโอกาสที่ทำให้ผู้ที่มีความพร้อมทั้งทำเลและเงินทุนหันมาลงทุนกับธุรกิจนี้มากขึ้น



"โดยเทรนด์แล้วคอมมิวนิตี้มอลล์จะขยายตัวออกไปตามชุมชนเกิดใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะชานเมืองและปริมณฑลที่เป็นย่านชุมชนหนาแน่น ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันที่ไม่ชอบเดินทางไกล และต้องการความสะดวกสบาย"



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เพียวสัมมากร ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ผู้บริหารคอมมิวนิตี้มอลล์เพียวเพลส ก็ได้เปิดตัวโครงการใหม่ เพียวเพลส รามคำแหง หลังจากที่โครงการแรก เพียวเพลส รังสิต คลอง 2 ประสบความสำเร็จด้วยดี โครงการใหม่นี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ บริเวณหน้าหมู่บ้านสัมมากร บางกะปิ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าในละแวกรามคำแหง และสุขาภิบาล 3 ด้วยงบฯลงทุน 350 ล้านบาท และเริ่มก่อสร้างแล้ว



นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวโครงการคอมมิวนิตี้มอลล์ของทายาทตระกูลจุฬางกูร เจ้าของบริษัทซัมมิท คอร์ปอเรชั่น ในเครือซัมมิทกรุ๊ป ในนามของบริษัท เจแม็กซ์ โมโนโพลี จำกัด กับคอมมิวนิตี้มอลล์ โมโนโพลี พาร์ค บนถนนพระราม 3 ที่จะเปิดในคอนเซ็ปต์แหล่งพักผ่อน แหล่งช็อปปิ้ง แหล่งพบปะสังสรรค์แห่งใหม่ของคนกรุงเทพฯ



ซึ่งโครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนราวๆ 500 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้การก่อสร้างแล้วเสร็จไปกว่า 70% และคาดว่าจะเปิดได้ในไตรมาสที่ 4 นี้



หน้าใหม่ร่วมวง-ลุยชุมชนชานเมือง



นายชาญ เลิศประเสริฐภากร ประธานบริหาร บริษัท โตโยต้า ทีบีเอ็น จำกัด ผู้บริหารไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้งมอลล์ เดอะ พาซิโอ (The Paseo) สวนหลวง กล่าวว่า จากเทรนด์ของคอมมิวนิตี้มอลล์ที่ได้รับความสนใจและได้รับการตอบรับที่ดี ทำให้ตอนนี้ยังมีผู้ประกอบการจากหลากหลายธุรกิจที่สนใจกระโดดเข้ามาในธุรกิจนี้มากขึ้น และไม่จำกัดแค่ผู้ประกอบการค้าปลีกเท่านั้น



สำหรับบริษัทก็มีแผนจะเปิดคอมมิวนิตี้มอลล์แห่งที่ 2-3 ในจังหวัดนนทบุรีและปทุมธานี เน้นจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายระดับบีขึ้นไปเช่นเดียวกับโครงการแรก ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาในรายละเอียด หากไม่มีปัจจัยลบเกิดขึ้น คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ภายในสิ้นปี



สำหรับ เดอะ พาซิโอ สวนหลวง หลังจากที่เปิดบริการก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีกว่าที่คาดไว้ ที่ผ่านมายังมีการเพิ่มบริการใหม่ๆ เพื่อเข้าถึงไลฟ์สไตล์ลูกค้ามากขึ้น เช่น การเพิ่ม pet shop และ plantation



รวมถึงการพัฒนาบริการของ car care ให้สมบูรณ์ขึ้น อย่างไรก็ตามแม็กเนตหลักๆ ของเดอะ พาซิโอ ยังอยู่ที่ร้านอาหาร ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาเพิ่มร้านใหม่ๆ เข้ามาอีก



ขณะที่ ดร.ศรายุธ เล็กผลิผล ผู้จัดการแผนกพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท อินเตอร์แฟค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า นอกจากการบริหารโครงการค้าปลีก ซิตี้พลาซ่า ที่ดินแดง และโครงการวิคตอรี โมนูเมนต์ บริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแล้ว ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตร 2-3 ราย เพื่อจะลงทุนในโครงการสเปเชียลตี้มอลล์ ที่มีคอนเซ็ปต์ คล้ายๆ กับเซ็นเตอร์พอยท์ ที่จะเน้นดนตรี กีฬา และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จับกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในวัยทำงานและครอบครัวรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อ



ส่วนโลเกชั่นโฟกัสทำเลชุมชนใหม่ อาทิ เลียบทางด่วน ราชพฤกษ์ ชัยพฤกษ์ บางนา ฯลฯ หรือทำเลที่อยู่ใกล้ศูนย์การค้า หรือคอมมิวนิตี้มอลล์ ที่มีอยู่เดิม เพราะคอนเซ็ปต์เกื้อกูลกัน ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในเร็วๆ นี้






Reblog this post [with Zemanta]

Thursday, June 18, 2009

สมรภูมิศูนย์การค้าอุดรเดือด UD Town ปรับแผนสู่ประตูอินโดจีน โดย สุดารัตน์ ภูตาไสย



UD town



ความร้อนแรงของสนามธุรกิจการค้าใน จ.อุดรธานี นับวันยิ่งดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันของค้าปลีก-ค้าส่ง ทั้งทุนท้องถิ่นอย่างตั้งงี่สุนและเซฟมาร์ทที่ต้องสู้กับทุนต่างถิ่นที่เข้ามายึดหัวหาดกันครบทุกค่ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแม็คโคร บิ๊กซี เทสโก้ โลตัส และคาร์ฟูร์ ซึ่งต่างพยายามแย่งส่วนแบ่งการตลาดกันอุตลุด


นอกจากนี้ โลตัส พลัส ก็กำลังก่อสร้างอีกฟากหนึ่งของเมืองในฝั่งทิศตะวันตก โดยมีแผนจะเปิดให้บริการในเดือน พ.ย.นี้ อีกทั้งยังมีการเข้ามายึดครองศูนย์การค้า ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดของกลุ่มเซ็นทรัล แม้แต่ห้างสรรพสินค้าโรบินสันก็ต้องพยายามจัดงานอีเวนต์สู้ทุกเดือน เพื่อไม่ให้ตนเองตกอันดับ และยิ่งมี กระแสข่าวว่า The Mall เข้าเจรจาซื้อที่ดินหลายแปลงในจังหวัดแล้ว ก็ยิ่งเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นเรื่อยๆ

"วรพล วีรชาติยานุกูล" กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด ผู้บริหารโครงการ UD Town บนที่ดินทำเลทองริมทางรถไฟใน จ.อุดรธานี เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ได้เปลี่ยนคอนเซ็ปต์จาก UD Town The Lifestyle Destination มาเป็น "UD Town The New Leisure Experience" ซึ่งหมายถึงสถานที่ที่มี ความรื่นรมย์ รู้สึกผ่อนคลาย สำหรับทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งการช็อปปิ้ง พักผ่อนพบปะสังสรรค์ และใช้เวลาว่างที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนช็อปปิ้งสตรีต ดังๆ ระดับโลก

ขณะที่ "UD Town" ศูนย์การค้ารูปแบบโอเพ่นแอร์ ก็กำลังเดินหน้าก่อสร้างก้าวหน้าไปแล้วกว่า 70% ส่วนสินค้าแบรนด์ดังจากกรุงเทพฯและอินเตอร์แบรนด์ก็พาเหรดเข้าร่วมแล้วกว่า 80% แนวโน้ม การแข่งขันที่รุนแรง จึงต้องมีการปรับแผนสู้ทั้งการวางเป้าหมายและการวางคอนเซ็ปต์ให้แตกต่าง ซึ่งผู้บริหาร

UD Town เชื่อว่าจะเปิดบริการได้อย่างแน่นอนในเดือน พ.ย.นี้
เป้าหมายที่วางไว้คือกลุ่มครอบครัว กลุ่มคนทำงาน กลุ่มวัยรุ่นที่ชอบความทันสมัย นอกจากนี้ยังหมายมั่นปั้นมือว่า UD Town จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าฝั่ง สปป.ลาวด้วย รวมทั้งกลุ่มลูกค้าและนักท่องเที่ยวในแถบอินโดจีน ไม่ว่าจะเป็น สปป.ลาว หรือเวียดนาม รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในแถบนี้อย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย

วรพลย้ำว่า UD Town พร้อมเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมี่ยมแห่งภูมิภาค อินโดจีนอย่างเต็มภาคภูมิ มีการออกแบบให้เข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคทั้งคนในพื้นที่ชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยว เน้นความร่มรื่นของธรรมชาติ ยกระดับคุณภาพชีวิตเทียบเท่าเมืองระดับโลก


UD Town ตั้งอยู่บนที่ดิน 14 ไร่ ใจกลางเมืองอุดร มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 28,000 ตารางเมตร ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลาง มีการจัดสรรพื้นที่ต้นไม้ สวน น้ำพุ และพื้นที่พักผ่อน เพื่อให้ UD Town เป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ พักผ่อน ช็อปปิ้งที่ใกล้ชิดธรรมชาติชั้นนำของภูมิภาคอินโดจีน












Reblog this post [with Zemanta]

LinkWithin

Related Posts with Thumbnails