Pages

Monday, November 23, 2009

7ELEVEN จับมือซัพพลายเออร์ พัฒนาสินค้าย้ำอิ่มสะดวก-ติดโลโก้การันตีคุณภาพ



"เซเว่นฯ" จับมือซัพพลายเออร์พัฒนาสินค้า-ทุ่มโฆษณา ดึงคนเข้าร้าน ทยอยแปะโลโก้เซเว่นฯรับรองคุณภาพ-ความสะอาด ประเดิมที่อาหารกล่องก่อนขยายผลไปสู่ เบเกอรี่ ตั้งเป้าปีหน้าการันตี 100 เอสเคยู เผยหลังปรับเป็นร้านอิ่มสะดวก ข้าวกล่องวิ่งฉิวกวาดนิ่ม ๆ 5 ล้าน/เดือน






นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เพื่อดึงลูกค้าให้เข้าร้านมากขึ้น บริษัทจะร่วมมือกับซัพพลายเออร์พัฒนาสินค้าร่วมกัน ขณะเดียวกันก็จะมีการสร้างการรับรู้กับผู้บริโภคว่าสินค้ามีวางจำหน่ายในเซเว่นฯผ่านสื่อทั้งโทรทัศน์และสิ่งพิมพ์ ซึ่งที่ผ่านมาได้เริ่มใช้กลยุทธ์นี้มาได้ระยะหนึ่งแล้ว และพบว่าช่วยเพิ่มยอดขายให้ซัพพลายเออร์ได้เป็นจำนวนมาก




ควบคู่กับแนวทางดังกล่าว เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาบริษัทได้นำโลโก้ของเซเว่นฯมาใส่เพิ่มในบรรจุภัณฑ์ เพื่อรับประกันเรื่องคุณภาพและความสะอาดแก่ลูกค้า เบื้องต้นเป็นกลุ่มสินค้าพร้อมดื่มและพร้อมรับประทาน เช่น อาหารกล่องแช่แข็ง ต่อไปคือกลุ่มเบเกอรี่



"ปัจจุบันสินค้าที่มีโลโก้ของเซเว่นฯปิดอยู่บนแพ็กเกจมีประมาณ 20 เอสเคยู และปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มอีกไม่เกิน 100 เอสเคยู จากจำนวนสินค้าในร้านทั้งหมด 2,000-2,200 เอสเคยู"



ขณะเดียวกัน ยังมีแผนจะเพิ่มสินค้า โอนลี่แอต (only @) หรือสินค้าที่ผลิตขึ้นมาเพื่อวางจำหน่ายในร้านเซเว่นฯโดยเฉพาะ อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีสินค้าเฟิรสต์ (first) หรือสินค้าที่ขายในเซเว่นฯเป็นที่แรก เช่น ไอศกรีมวอลล์ ชาเขียว มัทฉะ และเร็ว ๆ นี้กำลังจะเปิดตัวทิสชูของแบรนด์คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค ซึ่งสินค้าเฟิรสต์ในปีหน้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเครื่องดื่ม เพื่อให้สอดคล้องกับอากาศร้อนของเมืองไทย



นายยุทธศักดิ์ยังกล่าวด้วยว่า การสร้างคอนเซ็ปต์ร้านอิ่มสะดวกของเซเว่นฯ ขณะนี้ถือว่าผ่านช่วงแนะนำไปแล้ว และกำลังอยู่ในระยะเติบโต โดยเฉพาะอาหารกล่องมียอดขายเฉลี่ยเดือนละ 5 ล้านกล่อง แบ่งเป็นอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน 4 ล้านกล่อง และอาหารแช่เย็นพร้อมรับประทาน 1 ล้านกล่อง ปัจจุบันมีสินค้าประเภทอาหาร 75% ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 80% ภายใน 3-5 ปี



สำหรับปีหน้า บริษัทตั้งงบฯการตลาดใกล้เคียงกับปีนี้ เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณบวกทางเศรษฐกิจ วางแผนขยายสาขาอีก 450 แห่ง ซึ่ง 10 เดือนที่ผ่านมา เซเว่นฯเติบโตทุกเดือน เฉลี่ยเดือนละ 5-10% แม้แต่สาขาที่อยู่ในย่านโรงงานซึ่งยอดขายเคยตกไป 5-10% ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี ตอนนี้ก็เริ่มปรับตัวดีขึ้นติดลบอยู่เพียง 2% โดยผลดำเนินงานในไตรมาส 3 มีรายได้ 28,769 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% และมีผลกำไร 1,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.1% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน" นายยุทธศักดิ์กล่าว




SIAM DISCOVERY หัวบันไดไม่แห้ง แฟชั่นแบรนด์เนมไทย-เทศต่อคิวจองพื้นที่เปิดช็อป

Siam CenterImage by edwin.11 via Flickr


สยามเซ็นเตอร์-สยามดิสคัฟเวอรี่ เนื้อหอมเสื้อผ้าแฟชั่นรุมตอม ทุ่มงบฯ 30 ล้านจับมืออินเตอร์แบรนด์-ร้านค้าภายในศูนย์ จัดกิจกรรมแฟชั่น-โปรโมชั่น ลดกระหน่ำ 70% รับหน้าขาย






นางศิริเพ็ญ อินทุภูติ ผู้บริหารฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารสยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ กล่าวว่า จากคอนเซ็ปต์ของสยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ที่เป็นศูนย์กลางของการเป็นศูนย์รวมแฟชั่น ทำให้มีเสื้อผ้าแฟชั่นทั้งแบรนด์ไทยและอินเตอร์แบรนด์สนใจที่จะเข้ามาเปิดช็อปจำนวนมาก โดยที่ผ่านมามีเสื้อผ้าแฟชั่นอินเตอร์แบรนด์มากกว่า 20 แบรนด์เข้ามาเปิดตัวทั้งในสยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ล่าสุดต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา another F.C.K. มัลติแฟชั่นแบรนด์ จากฮ่องกง จะเปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในไทยที่ชั้น 4 สยามเซ็นเตอร์ และคาดว่าจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโดยรวมที่ดีขึ้น ในปีหน้าคาดว่าจะมีอินเตอร์แบรนด์สนใจจะเข้ามาเปิดช็อปเพิ่มขึ้น




นอกจากนี้ เพื่อรองรับหน้าขายในช่วงเทศกาลปลายปี ประกอบกับกำลังซื้อของตลาดค้าปลีกในช่วงเทศกาลที่ปรับตัวดีขึ้น บริษัทได้ทุ่มงบฯ 30 ล้านบาทในการจัด แคมเปญ "Luxury of Giving 2010" ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน-3 มกราคมปีหน้า ด้วยกลยุทธ์การตลาด "Real Experience Dynamic" ที่เน้นสร้างประสบการณ์และบรรยากาศการช็อปปิ้งผ่านแฟชั่นอีเวนต์ที่แตกต่างและต่อเนื่องทุกสัปดาห์



รวมทั้งการจัดโปรโมชั่นพิเศษที่ร่วมกับบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ มอบส่วนลดสูงสุดถึง 70% ซึ่งไม่เคยลดมาก่อนสำหรับผู้ใช้จ่ายผ่านบัตรและรับบัตรส่วนลดจากร้านค้ากว่า 250 ร้านค้า ภายใน 2 ศูนย์ และแพ็กเกจโรงแรมที่พักเมื่อซื้อสินค้าครบตามกำหนด



"การจัดแคมเปญดังกล่าว นอกจากจะเป็นการร่วมมือกับอินเตอร์แบรนด์ดังต่าง ๆ กว่า 10 แบรนด์แล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์หน้าใหม่ ๆ เข้ามาเปิดหรือออกบูทขายของในงานแฟชั่นโชว์ด้วย คาดว่ากิจกรรมนี้จะช่วยเพิ่มทราฟฟิกลูกค้าให้เข้ามาสองศูนย์รวมกว่า 50% จากเดิม 80,000-100,000 คนต่อวัน เป็นคนไทย 70% และต่างชาติ 30% คาดว่าในส่วนลูกค้าต่างชาตินั้นจะมีเพิ่มขึ้นอีก 20% จากเดิม 30%"



นางศิริเพ็ญกล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาศูนย์มีการไปจัดโรดโชว์ในหลาย ๆ ประเทศ และเป็นตัวกระตุ้นตลาดได้เป็นอย่างดี และปีหน้าบริษัทมีแผนจะขยายการโรดโชว์ออกไปในหลาย ๆ ประเทศ ทั้งยุโรป จีน ญี่ปุน ออสเตรเลีย และฮ่องกง



"คาดหวังว่าจากแนวโน้มของอารมณ์การจับจ่ายที่เริ่มดีขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองและการจัดกิจกรรมกระตุ้นดังกล่าวจะทำให้บรรยากาศการ จับจ่ายเป็นไปอย่างคึกคัก"




Reblog this post [with Zemanta]

TESCO BIG C เปิดศึกกระเช้าสุขภาพ งัดกลยุทธ์เงินผ่อน0%กระตุ้น



ยักษ์ค้าปลีกแย่งเค้กกระเช้าพันล้าน พร้อมใจขนสินค้าเพื่อสุขภาพรับเทศกาล จับจ่าย "TESCO LOTUS" ปรับราคา-งัดผ่อน 0% รับกระเป๋าแฟบ พร้อมขนของขวัญ ลดราคาถึง 40% ส่วน "บิ๊กซี-คาร์ฟูร์" เปิดฉากลุยพร้อมยิงแคมเปญยาวถึงกลางเดือนมกราคม





นายสตีฟ แฮมเม็ทท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหารเทสโก้ โลตัส เปิดเผยว่า จากภาพรวมของกำลังซื้อที่ดีขึ้นในขณะนี้ ทำให้มั่นใจว่า บรรยากาศการจับจ่ายในช่วงปลายปีโดยเฉพาะตลาดกระเช้าของขวัญตลาดรวมของกระเช้าน่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา และคาดว่ามูลค่าตลาดรวมน่าจะดีดกลับขึ้นมาถึง 1,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่มูลค่าตลาดรวมปรับตัวลดลงเหลือเพียงประมาณ 700 ล้านบาท




นายสตีฟยังกล่าวด้วยว่า ในช่วงเทศกาลปลายปีนี้เชื่อว่าผู้บริโภคจะออกมาจับจ่ายมากขึ้น แต่จะยังเน้นในเรื่องของความคุ้มค่าเป็นหลัก และเพื่อให้สอดรับกับความต้องการดังกล่าว เทสโก้ โลตัส โดยราคากระเช้าจะเริ่มต้นที่ 185 บาท จากปีที่ผ่านมาที่ตั้งราคาไว้สูงกว่านี้ประมาณ 10 บาท ส่วนราคาสูงสุดจะอยู่ที่ 2,945 บาท



รวมทั้งได้จัดแคมเปญ "สถานีแห่งความสุข" ขึ้นมากระตุ้น ด้วยการนำของขวัญและสินค้ามากกว่า 2,000 รายการ ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้า มาลดราคาสูงสุดถึง 40% สำหรับลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยนำมาจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน-4 มกราคม นอกจากนี้ยังมีการจัดวางสินค้าตามกลุ่มราคา เช่น กลุ่มสินค้า 19 บาท กลุ่มสินค้า 29 บาท หรือกลุ่มสินค้า 199 บาท เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่มองหาของขวัญที่ตัวเองต้องการตามกลุ่มราคาได้อย่างรวดเร็วขึ้น



"สินค้าที่จัดลงกระเช้าปีนี้ หลัก ๆ จะเน้นไปที่สินค้าเพื่อสุขภาพที่เป็นกระแสอยู่ในเวลานี้ นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ากลุ่มองค์กร เทสโก้ โลตัส ได้เพิ่มบริการพิเศษ ฮอตไลน์ เซอร์วิส สำหรับองค์กรที่ต้องการจะซื้อ กระเช้าของขวัญจำนวนมาก"



ปัจจุบัน เทสโก้ฯมีฐานสมาชิกบัตรคลับการ์ดที่แอ็กทีฟ 3.3-3.6 ล้านคน และช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม บริษัทก็จะจัดส่งคูปองเงินสดและคูปองส่วนลดให้สมาชิกเป็นครั้งแรก เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าสมาชิกกลับมาจับจ่ายในช่วงเทศกาล พร้อมกันนี้เทสโก้ โลตัสยังได้จัดแคมเปญพิเศษกับกระเช้าของขวัญบางส่วน ด้วยการมอบคะแนนสะสมให้พิเศษอีก 1,000 คะแนน สำหรับสมาชิกบัตรคลับการ์ด



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้เทสโก้ โลตัสยังจัดรายการส่งเสริมการขาย ด้วยการให้ลูกค้าสามารถซื้อกระเช้าในระบบเงินผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ด้วยบัตรเทสโก้ วีซ่า หรือเฟิร์สช้อยส์ และหากผ่อนกระเช้าที่ร่วมรายการตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป ผ่านบัตรเทสโก้ วีซ่า ตั้งแต่ 5,000 บาท จะได้รับสิทธิ์เริ่มผ่อน ตั้งแต่หลังสงกรานต์เป็นต้นไป



จากการสำรวจเว็บไซต์ช็อปปิ้งออนไลน์ www.atbigclick.com ของ BIG C เมื่อช่วงวันที่ 18 พฤศจิกายน พบว่าเริ่มมีการโปรโมตกระเช้าของขวัญเพื่อรับเทศกาลด้วยเช่นกัน โดยมีราคาเริ่มต้น ตั้งแต่ 259-2,365 บาท มีทั้งหมดจำนวน22 ชุด โดยสินค้าที่บิ๊กซีนำมาจัดลงกระเช้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าสุขภาพ เช่น เครื่องดื่มช็อกโกแลต ผลไม้กระป๋อง รวมถึงสินค้านำเข้าและเฮาส์แบรนด์ โดยแต่ละกระเช้าจะมีการออกแบบคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกัน จำหน่ายตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 มกราคม



ส่วน CARREFOUR ก็ได้จัดเทศกาลกระเช้าของขวัญ เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน-10 มกราคม ภายใต้คอนเซ็ปต์ ที่คาร์ฟูร์ ความสุข...ให้ได้ไม่รู้จบ พบกับกระเช้าหลากหลายในราคาสุดพิเศษ นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถรับบัตรกำนัลเงินสด เมื่อซื้อกระเช้าครบตั้งแต่ 4,000-200,000 บาท จะได้รับบัตรเงินสดมูลค่าตั้งแต่ 300-34,000 บาท



Reblog this post [with Zemanta]

Saturday, November 21, 2009

Robinson to add eight stores in three years


Robinson Department Store Plc will speed up its expansion plan for the upcoming economic recovery by investing 3 billion to 4 billion baht in another eight new projects over the next three years. Store expansion is one of the company's three priorities for next year, along with brand building and customer relationship management, said President Preecha Ekkunakul.

"In the past, we opened just one outlet [a year] on average. But we will move at a faster pace with at least two or three new branches per year after the economy gets better," he said.

The new branches next year will include one at a Central Pattana shopping complex, he said.

Robinson wants outlets across the country and in the next five years may open 10 branches to double its stores upcountry, said Mr Preecha.

The investment budget will come from the company's cashflow, he added.

The 23rd Robinson branch will open in Khon Kaen on Dec 3. The 680-million-baht store covers 20,000 square metres and features a luxurious, hip atmosphere. Along with luxury and fashion brand names it will stock items from the Only@Robinson house-brand line.

Robinson has confidence in its Khon Kaen store because the province has the highest per capita income in the Northeast, said Mr Preecha. More than 3 million customers can reach Robinson Khon Kaen within an hour and Khon Kaen is a centre for business, education and transport, he added. The company will spend 10 million baht to promote the store.

In addition to its outlet expansion, Robinson will focus on brand building and customer relationship management to draw customers.

"In the past two years, we have slowed down marketing events because the economy was not good. But next year, we anticipate that the economy will recover and we will then allocate more budget to build brand and communicate with customers," said Mr Preecha.

The company plans to spend 80 million baht to launch its campaign for the upcoming festive season. The company expects its sales this year to grow by 3-4%.

Robinson shares (ROBINS) closed yesterday on the Stock Exchange of Thailand at 9.70 baht, down five satang, in trade worth 5.23 million baht.
Reblog this post [with Zemanta]

Friday, November 20, 2009

THE MALL ลั่นกวาด7พันล้าน ผนึก3ศูนย์อัดแคมเปญทิ้งทวน



THE MALL เร่งครีเอตดีมานด์ตลาดเทศกาลปลายปี หวังกวาดยอดขาย 7 พันล้าน ทุ่มงบฯก้อนโตอัด 4 แคมเปญใหญ่ เน้นตกแต่งสร้างบรรยากาศคึกคักผ่านทั้ง 3 ศูนย์ เดอะมอลล์ ดิ เอ็มโพเรียม สยามพารากอน จัดทัพสินค้าทุกแคทิกอรี่ใส่คอนเซ็ปต์กิฟต์เฟสติวัลในราคาเริ่มต้นแค่ 100 บาท มั่นใจตลาดดีวันดีคืนปิดยอดขายสิ้นปี 4 หมื่นล้าน



นายชำนาญ เมธปรีชากุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสสายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงแผนการทำตลาดของ 3 ศูนย์การค้า คือ เดอะมอลล์, ดิ เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน ว่าในช่วงปลายปีนี้ นอกจากเป็นหน้าขายหลักของธุรกิจค้าปลีกแล้วนั้นภาพความเคลื่อนไหวของทั้งตลาดก็มีแนวโน้มที่ดีมากขึ้นต่อเนื่องเห็นได้จากจำนวนทราฟฟิกของทั้ง 3 ศูนย์ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาที่เพิ่มขึ้นกว่า 10% เช่นเดียวกับตัวเลขการ จับจ่ายภายในศูนย์ที่โตขึ้น 5-6% กลายเป็นสัญญาณบวกของกำลังซื้อที่ดีวันดีคืน




ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสสายการตลาด เดอะมอลล์ กรุ๊ป ยังกล่าวด้วยว่าทั้งนี้ กลุ่มเดอะมอลล์ตั้งเป้ายอดขายในช่วงเทศกาลปลายปีนี้ 7,000 ล้านบาท ผ่านแคมเปญ "2010 brilliant thanks" โดยรูปแบบการทำตลาดจะเน้นที่สร้างบรรยากาศภายในศูนย์การค้าให้สนุกสนาน คึกคักเพื่อเป็นตัวเร่งให้เกิดอีโมชั่นนอลและอยากที่จะออกมามาจับจ่าย โดยทั้ง 3 ศูนย์จะตกแต่งดิสเพลย์บรรยากาศภายใต้คอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าหลัก โดยจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ -17 ม.ค.ปีหน้า



โดยตลอด 60 วันของแคมเปญส่งท้าย ปีนี้ นอกจากดิสเพลย์ ศูนย์เร่งบรรยากาศจับจ่ายแล้วนั้น กลุ่มเดอะมอลล์ได้วางงบฯ 200 ล้านบาท สำหรับการทำตลาดเชิงรุกในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การให้สิทธิพิเศษสำหรับราคาสินค้าหรือโปรโมชั่นในกลุ่มลูกค้าเอ็มการ์ด จำนวน 1.2 ล้านบัตร แลกคะแนนเป็นส่วนลดสูงสุด 50% รวมทั้งการจับมือกับพันธมิตรทั้งโรงแรม สายการบิน และบัตรเครดิต เพื่อลุ้นโชครางวัลรวมมากกว่า 7 ล้านบาท



"กลยุทธ์หลักการจับมือกับคู่ค้าเป็นแนวทางหลักในการทำตลาดของกลุ่มเดอะมอลล์กรุ๊ปมาอย่างต่อเนื่อง และภายใต้แคมเปญ "2010 brilliant thanks" เดอะมอลล์จะเพิ่มอีก 4 แคมเปญใหญ่เข้าเสริมเพื่อกระตุ้นความแรงตลอดแคมเปญ"



นายชำนาญกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้กลุ่มเดอะมอลล์ได้จัดรูปแบบสินค้าในทุกแผนกให้เป็นรูปแบบการจัดเซตของขวัญ หรือแคทิกอรี่มาร์เก็ตติ้งเพื่อให้เข้ากับเทศกาลและชี้เทรนด์ให้กับลูกค้าผ่านเพอร์ซันนอล ช็อปเปอร์ที่จะเข้ามาช่วยลูกค้าเลือกซื้อสินค้าเพื่อให้สอดคล้องกับงบฯของแต่ละคน ในทุกแผนก อาทิ บิวตี้ฮอลล์ เพาเวอร์มอลล์ บีเทรนด์ และ เมนอินเทรนด์ เป็นต้น



"โดยเฉพาะในแผนกบีเทรนด์ ซึ่งจะมีกลุ่มลูกค้าเข้ามากที่สุดมีมีกูรูชื่อดังในแวดวงต่าง ๆ เข้ามาช่วยเลือกสินค้าในราคาเริ่มต้นเพียง 100-300 บาทก็สามารถซื้อของขวัญได้ ทั้งนี้ กลุ่มเดอะมอลล์ตั้งเป้ายอดขายทั้งปี 4 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 3 -5%" นายชำนาญกล่าว



Reblog this post [with Zemanta]

Thursday, November 19, 2009

Retail act faces more revisions

Vejjajiva - World Economic Forum Annual Meetin...Image by World Economic Forum via Flickr

The cabinet yesterday called for yet another review of the long-delayed draft retail and wholesale act proposed by the Commerce Ministry, saying it needed to be merged with another draft prepared by the Thailand Trade Representative Office (TTR).

Prime Minister Abhisit Vejjajiva told the Commerce Ministry and the TTR to jointly consider the two drafts and merge them into one proposal.

Kiat Sittheeamorn, the TTR chief, is expected to chair a working panel to speed up the revisions of the act, which has been under consideration for more than five years.

According to the Commerce Ministry draft finalised after nine public hearings, operators of modern retail stores would be required to gain official permission before they could build new outlets.

The draft retail law would cover stores larger than 120 square metres. It would also establish committees, drawn from the public and private sectors, to vet new developments

The government and retailers have agreed that four types of businesses should require official permission to be developed. They are very large retailers with outlets larger than 3,000 sq m, large retailers sized from 1,000 to 2,999 sq m, medium-size retailers of 300 to 999 sq m, and small retailers sized from 120 to 299 sq m.

Proposed retail developments in Bangkok would need permission from a 15-member committee chaired by the commerce minister. Developments upcountry would require approval from a 13-member committee chaired by the provincial governor.

There are also limits on how close to municipal centres new retail developments can be, ranging from one kilometre for small retailers and three km for medium-size retailers to five km for large and 10 km for very large ones.

The committees will also decide on the retailers' operating hours.

Thanapon Tangkananan, president of the Thai Retailers Association, said the Commerce Ministry draft was still not clear on the details of how to help small-scale retailers, who had lobbied for the law in the first place.

He has not seen the TTR draft.

Somchai Pornratanacharoen, president of the Thailand Wholesale and Retail Association, said the government should push the legislation through as the Commerce Ministry draft had passed through nine public hearings.

"If the retail law is not implemented within one or two years, it will be too late, as over the next four to five years large retailers will dominate the whole market," he said.

A few large retailers now control 60% of the 1.4-trillion-baht market.

Mr Somchai also questioned whether the legislation could even be passed by the current fragile coalition government.
Reblog this post [with Zemanta]

Retailers gear up for gift basket season


Competition in the gift basket market will intensify in the forthcoming festive season with retailers offering high discounts as consumer spending improves, operators say.

Major supermarkets, including The Mall Group's Home Fresh Mart and Central Food Retail's Tops Supermarket, have launched heavily discounted promotions to boost sales.


The Mall Group plans to spend 50 million baht on its "Gourmet Market & Home Fresh Mart Blissful Hampers 2010" from Nov 15 to Jan 5. It will offer up to a 31% discount.

Tops Supermarket will spend 60 million baht on its "Give the Joy of Life With The Five Elements Gift Baskets", which offers a maximum 30% discount. The promotion runs from now till Jan 15 2010.

The value of the gift basket market dropped by 20% to 850 million baht last year as the recession and political turmoil crimped consumer spending. But demand this year is forecast to grow by 20% to 1.1 billion baht, matching sales in 2007-08.

Chamnarn Maythapreechakul, senior chief marketing officer at The Mall Group, and Chiranan Phupat, vice-president of marketing and merchandising at Central Food Retail, both said consumer confidence had returned to normal in October after plummeting in April due to political unrest. "We saw crowds of shoppers at our shops since early November," Mr Chamnarn said.

"They were not only regular Thai shoppers but also tourists. The spending on electrical appliances, products for teenagers and living items also improved."

Improved purchasing power has been realised in the increased sales of high-ticket items, said Mrs Chiranan.
Reblog this post [with Zemanta]

LinkWithin

Related Posts with Thumbnails